เปียโนดิจิตอลรุ่น TORCH T01 และกีตาร์ TransAcoustic™ รุ่น TAG 3C/TAS 3C คว้ารางวัล Red Dot Award อันทรงเกียรติ ในสาขาการออกแบบผลิตภัณฑ์ ประจำปี 2026
เมืองฮามามัตสึ ประเทศญี่ปุ่น ― บริษัท Yamaha Corporation ได้ประกาศว่า เปียโนดิจิตอลรุ่น TORCH T01 และกีตาร์ TransAcoustic™ รุ่น TAG3 C และ TAS3 C คว้ารางวัล “Red Dot Award สาขาการออกแบบผลิตภัณฑ์ ประจำปี 2026”
รางวัล Red Dot Design Award เป็นรางวัลด้านการออกแบบของประเทศเยอรมนี จัดโดยสถาบัน Design Zentrum Nordrhein Westfalen ซึ่งจะคัดเลือกผลงานจากทั่วโลก รางวัลนี้แบ่งออกเป็นสามสาขา ได้แก่: การออกแบบผลิตภัณฑ์ การออกแบบแบรนด์ & การสื่อสารแบรนด์ และแนวคิดด้านการออกแบบ ผลิตภัณฑ์ที่เข้าร่วมการคัดเลือกรางวัล Red Dot Award ประจำปีนี้: ผลงานการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ส่งเข้าประกวดมาจากหลายประเทศและภูมิภาคทั่วโลก โดยมีคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากนานาประเทศราว 40 คน เป็นผู้พิจารณาคัดเลือกรางวัลชนะเลิศ
รางวัลล่าสุดนี้ทำให้บริษัท Yamaha คว้ารางวัล Red Dot Design Awards มาแล้วถึง 37 รายการ นับตั้งแต่เริ่มส่งผลงานเข้าร่วมประกวดในปี 1997 โดยเราได้รับรางวัลติดต่อกันมาแล้วถึง 16 ปี เริ่มตั้งแต่ปี 2011
-
เปียโนดิจิตอลรุ่น TORCH T01
-
กีตาร์ TransAcoustic รุ่น TAG3 C สี NT
-
กีตาร์ TransAcoustic รุ่น TAS3 C สี SDB
ภาพรวมผลิตภัณฑ์ที่คว้ารางวัล
เปียโนดิจิตอลรุ่น TORCH T01 (วางจำหน่ายเฉพาะในประเทศญี่ปุ่น)
สัมผัสความรู้สึกที่โดดเด่นจากคีย์สีดำของเปียโนดิจิทัลเครื่องนี้ที่ผลิตด้วยไม้พรีเมียมอย่าง แอฟริกันแบล็กวูด ซึ่งเป็นไม้ชนิดเดียวกับที่ใช้ทำเครื่องเป่า อย่างเช่น คลาริเน็ต และโอโบ ฯลฯ โดยใช้ส่วนที่เหลือจากการคัดเลือกและการผลิตอย่างพิถีพิถันเท่านั้น
ด้วยความมุ่งมั่นที่จะรักษาทรัพยากรไม้ล้ำค่าไว้เพื่อการผลิตเครื่องดนตรีในอนาคต ยามาฮ่าจึงริเริ่มกิจกรรม “Otonomori*1” และนำมาสู่การเปิดตัว TORCH T01 ซึ่งเป็นโมเดลแนวคิดที่แสดงถึงความท้าทายของบริษัทในการก้าวสู่การผลิตที่ยั่งยืน การออกแบบเปียโนนี้เน้นที่ไม้แอฟริกันแบล็กวูด เพื่อให้ผู้เล่นได้รับความรู้สึกอบอุ่นและสัมผัสที่เป็นเอกลักษณ์ รายละเอียดทุกส่วนได้รับการเก็บงานด้วยมือโดยช่างผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งทั้งหมดนี้เพื่อส่งเสริมให้เกิดความผูกพันและอยากใช้งานเครื่องดนตรีนี้ในระยะยาว
ยามาฮ่าหลีกเลี่ยงการใช้แผ่น PVC ซึ่งเป็นวัสดุภายนอกที่ใช้โดยทั่วไป เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และหันมาใช้การขัดผิวด้วยน้ำมันธรรมชาติแทน ซึ่งช่วยให้คุณได้สัมผัสถึงลวดลายและคุณลักษณะเฉพาะของไม้ได้อย่างเต็มที่ พร้อมกันนี้ ยังมีการนำเทคโนโลยีเลเซอร์ที่เป็นเอกสิทธิ์ของยามาฮ่ามาใช้ในการสร้างลวดลายเปลือกไม้แอฟริกันแบล็กวูดตามธรรมชาติขึ้นมาใหม่
*1 โครงการริเริ่ม Otonomori (Forest of Sound)
กีตาร์ TransAcoustic รุ่น TAG3 C / TAS3 C
TAG3 C และ TAS3 C คือรุ่นที่สองของกีตาร์ TransAcoutic ที่เปิดตัวครั้งแรกไปเมื่อปี 2016 โดยมาพร้อมเทคโนโลยี TransAcoustic อันเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของ Yamaha โดดเด่นด้วยแอคทูเอเตอร์ภายในตัวกีตาร์ ซึ่งช่วยเพิ่มความก้องกังวานให้กับเสียงอะคูสติกแบบธรรมชาติ โดยไม่ต้องอาศัยแอมป์หรือเอฟเฟกต์จากภายนอก ได้รับคำชมด้วยคุณภาพเสียงที่ก้องกังวานเหนือระดับ รังสรรค์ขึ้นอย่างกลมกลืนด้วยการผสมผสานเสียงแบบธรรมชาติเข้ากับเอฟเฟกต์ต่างๆ ทั้งยังให้ความคล่องตัวในการเล่นและรูปลักษณ์ที่ออกแบบมาอย่างประณีต
นอกจาก 3 เอฟเฟกต์ที่มีมาให้ในตัว กีตาร์รุ่นนี้ยังมีฟังก์ชั่นลูปเปอร์สำหรับใช้บันทึกเสียงและเล่นวนซ้ำ ทำให้ผู้เล่นสามารถเล่นทับท่อนเดิมที่บันทึกไว้ เพื่อเปิดพื้นที่ให้กับไอเดียสร้างสรรค์ และยังมีแอปสำหรับให้ผู้เล่นปรับแต่งค่าเอฟเฟกต์ต่างๆ ได้โดยเฉพาะ พร้อมรองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth® สำหรับเล่นเสียงออดิโอผ่านตัวกีตาร์ ด้วยฟังก์ชั่นที่รวมมาให้อย่างครบครัน ทำให้กีตาร์เพียงตัวเดียวสามารถรองรับทุกขั้นตอนของการสร้างเสียงดนตรี ตั้งแต่การฟัง การเล่น ไปจนถึงการสร้างสรรค์
ทั้งสองรุ่นนี้ใช้ไม้หน้าแบบโซลิดซิทก้าสปรู๊ซที่ผ่านกระบวนการเคลือบ A.R.E.*2 และใช้ไม้หลังและไม้ข้างแบบโซลิดจากไม้มะฮอกกานี
*2 A.R.E. (Acoustic Resonance Enhancement) เป็นเทคโนโลยีการแปรสภาพไม้ที่พัฒนาโดย Yamaha ผ่านการควบคุมอุณหภูมิ ความชื้น และแรงดันบรรยากาศอย่างแม่นยำ เพื่อปรับคุณสมบัติของเนื้อไม้ในระดับโมเลกุลให้เหมาะแก่การรังสรรค์เสียงดนตรีมากยิ่งขึ้น เสมือนคุณสมบัติของเนื้อไม้ในเครื่องดนตรีที่ผ่านการใช้งานมาอย่างยาวนาน
-
กีตาร์ TransAcoustic รุ่น TAG3 C สี SDB
-
กีตาร์ TransAcoustic รุ่น TAS3 C สี NT
-
ในภาพ กำลังเล่นรุ่น TAG3 C สี SDB
ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง
เว็บไซต์อย่างเป็นทางการเกี่ยวกับผลงานออกแบบของ Yamaha
เว็บไซต์อย่างเป็นทางการสำหรับรางวัล Red Dot Design Award

