กีตาร์รุ่นที่ 2 ที่มีเทคโนโลยี TransAcoustic™ มีการเพิ่มกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ: กีตาร์ TransAcoustic Guitar TAG1 C, TAS1 C, TAG1E และ TAS1E ของ Yamaha

  • กีตาร์ TransAcoustic Guitar TAG1 C SDB ของ Yamaha

    กีตาร์ TransAcoustic Guitar TAG1 C SDB ของ Yamaha
  • กีตาร์ TransAcoustic Guitar TAS1 C NT ของ Yamaha

    กีตาร์ TransAcoustic Guitar TAS1 C NT ของ Yamaha
  • กีตาร์ TransAcoustic Guitar TAG1E TBL ของ Yamaha

    กีตาร์ TransAcoustic Guitar TAG1E TBL ของ Yamaha
  • กีตาร์ TransAcoustic Guitar TAS1E UM ของ Yamaha

    กีตาร์ TransAcoustic Guitar TAS1E UM ของ Yamaha

เมืองฮามามัตสึ ประเทศญี่ปุ่น ― บริษัท Yamaha Corporation ประกาศเปิดตัวกีตาร์รุ่นใหม่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ TransAcoustic Guitar ทั้งหมด 4 รุ่น ได้แก่ TAG1 C, TAS1 C, TAG1E และ TAS1E

กีตาร์ TransAcoustic ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกในปี 2016 เป็นกีตาร์อะคูสติกที่พัฒนาขึ้นใหม่ซึ่งโดดเด่นด้วยเทคโนโลยี TransAcoustic ของ Yamaha ที่ผสานเสียงอะคูสติกที่แท้จริงกับเทคโนโลยีดิจิตอลเข้าด้วยกันเพื่อคุณสมบัติการทำงานที่ยอดเยี่ยมขึ้นไปอีกขั้น การสั่นสะเทือนของสายจะถูกแปลงเป็นสัญญาณไฟฟ้า และผ่านขั้นตอนการประมวลผลเอฟเฟกต์ก่อนถ่ายทอดไปยังแอคทูเอเตอร์ภายในตัวกีตาร์ การสั่นสะเทือนเหล่านี้จะถูกส่งผ่านไปยังตัวกีตาร์ ทำให้เสียงจริงและเสียงที่ผ่านการประมวลผลแล้วก้องกังวานร่วมกัน เกิดเป็นเสียงที่มีความเป็นธรรมชาติและเต็มอิ่มด้วยมิติของเอฟเฟกต์ ในปี 2024 Yamaha ได้เปิดตัว TAG3 C รุ่นที่ 2 ซึ่งโดดเด่นด้วยประสิทธิภาพและฟังก์ชันการใช้งานที่พัฒนาไปอีกขั้น โดยได้รับการยกย่องว่าเป็นกีตาร์ที่มอบประสบการณ์การเล่นกีตาร์อะคูสติกที่ยอดเยี่ยมอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

เพื่อขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์กีตาร์ TransAcoustic รุ่นที่ 2 Yamaha จึงได้เปิดตัวเพิ่มอีก 4 รุ่น ได้แก่ TAG1 C และ TAS1 C ซึ่งเป็นรุ่นระดับกลางที่สืบทอด DNA มาจากรุ่นไฮเอนด์ และ TAG1E และ TAS1E ซึ่งเป็นรุ่นระดับเริ่มต้น ด้วยสไตล์ของบอดี้และคุณสมบัติทางเทคนิคที่หลากหลายของกลุ่มผลิตภัณฑ์นี้ ทำให้ผู้เล่นสามารถเลือกรุ่นที่เข้ากับสไตล์การเล่นและความต้องการของผู้เล่นมากที่สุดได้

TAG1 C และ TAS1 C มีไม้หน้าแบบโซลิดซิทก้าสปรู๊ซและดีไซน์แบบคอเว้า ทำให้เข้าถึงเฟรตที่ลึกได้ง่ายขึ้นเพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการเล่น TAG1 C มีบอดี้ทรง Dreadnought ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งกับการเล่นที่ทรงพลัง ในขณะที่ TAS1 C มีบอดี้ทรง Concert ซึ่งขนาดเล็กกว่ามากจึงให้เสียงที่ใสและคมชัด ทั้งสองรุ่นมีเอฟเฟกต์สามรายการ ได้แก่ Reverb, Chorus, และ Delay และรองรับระบบเสียง Bluetooth® ทำให้สามารถเชื่อมต่อเข้ากับอุปกรณ์สมาร์ทและเล่นเสียงผ่านกีตาร์ได้

TAG1E และ TAS1Eพัฒนาต่อยอดจากแนวคิดของรุ่นแรกโดยมีดีไซน์ที่ทันสมัยและประณีตยิ่งขึ้น พร้อมทั้งขยายมิติเสียงแบบอะคูสติกให้ดียิ่งขึ้น รุ่นต่อไปนี้มีเอฟเฟกต์ 2 รายการ ได้แก่ Reverb และ Chorus ทำให้คุณสัมผัสประสบการณ์ของกีตาร์ TransAcoustic ได้ง่ายยิ่งขึ้น

ชื่อผลิตภัณฑ์

กีตาร์ TransAcoustic

ชื่อรุ่น

TAG1 C NT/SDB

TAS1 C NT/SDB

TAG1E NT/SDB/TBL

TAS1E NT/SDB/UM

หมายเหตุ: ตัวอักษรในชื่อรุ่นเป็นการระบุสี NA=Natural, SDB=Sand Burst, TBL=Translucent Black, UM=Ultra Marine

คุณลักษณะพิเศษ

1. ยกระดับประสบการณ์การเล่นของคุณด้วยเอฟเฟกต์ในตัว

การสั่นสะเทือนของสายจะถูกแปลงเป็นสัญญาณไฟฟ้า ผ่านขั้นตอนการประมวลผลเอฟเฟกต์ก่อนถ่ายทอดไปยังแอคทูเอเตอร์ภายในตัวกีตาร์ ซึ่งจะส่งผ่านการสั่นสะเทือนนี้ไปยังตัวกีตาร์เพื่อสร้างเสียงที่ยอดเยี่ยมยิ่งขึ้น วิธีการนี้ทำให้ได้โทนเสียงที่เป็นธรรมชาติและเพิ่มเอฟเฟกต์เข้าไปในเสียงซึ่งผสานกันอย่างกลมกลืนโดยไม่ต้องใช้แอมปลิฟลายเออร์ภายนอกหรือลำโพง

TAG1 C และ TAS1 C รุ่นระดับกลางมีเอฟเฟกต์สามรายการ ได้แก่ Chorus, Reverb และ Delay เพลิดเพลินกับเสียงคุณภาพสูงที่สร้างขึ้นอย่างพิถีพิถันจากตัวกีตาร์ผ่านแอคทูเอเตอร์สองตัว ใช้แอป TAG Remote เฉพาะที่สร้างขึ้นเพื่อใช้เปลี่ยนประเภทของเอฟเฟกต์และพารามิเตอร์เอฟเฟกต์ที่ได้รับการปรับจูนอย่างละเอียดเพื่อค้นหาเสียงที่สมบูรณ์แบบตามสไตล์การเล่นที่เป็นตัวคุณเอง

TAG1E และ TAS1E ซึ่งเป็นรุ่นระดับเริ่มต้นมีแอคทูเอเตอร์หนึ่งตัวและมีเอฟเฟกต์ 2 รายการ ได้แก่ Reverb และ Chorus ทำให้คุณสัมผัสประสบการณ์ของกีตาร์ TransAcoustic ได้ง่ายยิ่งขึ้น

  • มีการติดตั้งแอคทูเอเตอร์สองตัวภายในตัวเครื่อง

    มีการติดตั้งแอคทูเอเตอร์สองตัวภายในตัวเครื่อง
  • ใช้แอปในการค้นหาเสียงที่คุณชื่นชอบ (สามารถใช้งานได้ในรุ่น TAG1 C และ TAS1 C)

    ใช้แอปในการค้นหาเสียงที่คุณชื่นชอบ (สามารถใช้งานได้ในรุ่น TAG1 C และ TAS1 C)

2. การเล่นเสียงผ่านตัวกีตาร์โดยใช้ Bluetooth (TAG1 C และ TAS1 C)

TAG1 C และ TAS1 C สามารถเชื่อมต่อระบบเสียง Bluetooth ได้ เชื่อมต่อสมาร์ทโฟนของคุณหรืออุปกรณ์เสียงอื่นๆ เพื่อให้ตัวกีตาร์ทำหน้าที่เป็นลำโพง และเพลิดเพลินกับการรับฟังเสียงที่สมจริง และยังสามารถเล่นคลอไปกับเพลงโปรดของคุณเสมือนว่าคุณกำลังเล่นแจมกับคนอื่นๆ เพื่อสัมผัสประสบการณ์การเล่นรูปแบบใหม่

* TAG1E และ TAS1E ไม่รองรับฟังก์ชัน Bluetooth

3. คุณภาพเสียงแบบกีตาร์อะคูสติกแท้ๆ และประสบการณ์การเล่นที่ยอดเยี่ยมผสานกับดีไซน์ที่สวยงาม

TAG1 C มีบอดี้ทรง Dreadnought ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งกับการเล่นที่ทรงพลัง ในขณะที่ TAS1 C มีบอดี้ทรง Concert ซึ่งขนาดเล็กกว่ามากจึงให้เสียงที่ใสและคมชัด ทั้งสองรุ่นนี้ใช้ไม้หน้าแบบโซลิดซิทก้าสปรู๊ซและมีดีไซน์แบบคอเว้า ทำให้เข้าถึงเฟรตที่ลึกได้ง่ายขึ้นทำให้ได้โทนเสียงที่เต็มอิ่มและเพิ่มความคล่องตัวในการเล่น

TAG1E และ TAS1E สืบทอดแนวคิดมาจากรุ่นแรก โดยใช้โครงสร้างที่ปรับปรุงให้เหมาะกับกีตาร์ TransAcoustic มากยิ่งขึ้น และผสานรวมเสียงอะคูสติกตามธรรมชาติและเสียงที่ผ่านการประมวลผลเอฟเฟกต์แล้วให้กลมกลืนกันมากยิ่งขึ้น ไม้หน้าแบบโซลิดสปรู๊ซให้โทนเสียงที่ลุ่มลึกและเข้มข้นยิ่งขึ้น

ทุกรุ่นมีดีไซน์ที่สวยงาม รวมถึงมีอินเลย์ที่โดดเด่นอยู่รอบๆ โพรงเสียง เมื่อเชื่อมต่อกับแอมปลิฟายเออร์ สามารถใช้เป็นกีตาร์อะคูสติกไฟฟ้าได้ ซึ่งเหมาะที่จะใช้งานนอกอาคารและใช้ในการแสดงสดบนเวที

  • TAG1 C และ TAS1 C มีแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนแบบชาร์จได้โดยใช้วิธีการชาร์จด้วยแม่เหล็ก (สามารถใช้งานได้ถึง 5.5 ชั่วโมงโดยประมาณ)

    TAG1 C และ TAS1 C มีแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนแบบชาร์จได้โดยใช้วิธีการชาร์จด้วยแม่เหล็ก (สามารถใช้งานได้ถึง 5.5 ชั่วโมงโดยประมาณ)
  • TAG1E และ TAS1E ใช้แบตเตอรี่ AA จำนวนสองก้อน

    TAG1E และ TAS1E ใช้แบตเตอรี่ AA จำนวนสองก้อน
  • เหมาะสำหรับการเล่นนอกอาคารเช่นกัน

    เหมาะสำหรับการเล่นนอกอาคารเช่นกัน

วิดีโอแนะนำผลิตภัณฑ์

รายละเอียดของผลิตภัณฑ์

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

to page top

Select Your Location