ลำดับเหตุการณ์

ในปี 1966 Yamaha ได้เปิดตัวกีตาร์อะคูสติก กีตาร์ไฟฟ้า และแอมพลิฟายเออร์รุ่นแรกสุดของแบรนด์ออกสู่สายตาโลก ในโอกาสครบรอบ 60 ปีวันนี้ เราขอเชิญทุกท่านมาร่วมฉลองความสำเร็จครั้งสำคัญ ด้วยการย้อนดูเรื่องราวของผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมที่สำคัญของเราผ่านลำดับเหตุการณ์นี้ไปพร้อมกัน

กีตาร์อะคูสติก

FG180: กีตาร์โฟล์คตัวแรกของ Yamaha ที่ผลิตในประเทศญี่ปุ่น

กีตาร์โฟล์ครุ่นแรกของ Yamaha ที่เปิดตัวสู่ตลาดทั่วโลก ทีมพัฒนาไม่ได้ลอกเลียนแบบโมเดลจากต่างประเทศ แต่ได้สร้างสรรค์ดีไซน์ที่เป็นเอกสิทธิ์ของตัวเอง โดยคำนึงถึงหลักสรีรศาสตร์เพื่อให้เข้ากับสรีระของผู้ใช้งาน

FG180: กีตาร์โฟล์คตัวแรกของ Yamaha ที่ผลิตในประเทศญี่ปุ่น

กีตาร์โฟล์ค FG1500/2000/2500

กีตาร์ที่รังสรรค์อย่างประณีตด้วยการผลิตในประเทศญี่ปุ่น โดยรวบรวมเอาวัสดุ อุปกรณ์ และช่างฝีมือที่ดีที่สุดเท่าที่ Yamaha มี มาใช้ในทุกขั้นตอนการพัฒนาอย่างเต็มกำลัง

กีตาร์โฟล์ค FG1500/2000/2500

FG350E: กีตาร์โฟล์ครุ่นแรกของ Yamaha ที่มาพร้อมกับปิ๊กอัพ

กีตาร์โฟล์ครุ่นแรกของ Yamaha ที่มาพร้อมกับปิ๊กอัพ มาพร้อมรูปลักษณ์ที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ และปิ๊กการ์ดที่ถูกออกแบบมาได้อย่างน่าประทับใจ

FG350E: กีตาร์โฟล์ครุ่นแรกของ Yamaha ที่มาพร้อมกับปิ๊กอัพ

กีตาร์อะคูสติกระดับไฮเอนด์ซีรีส์ L

ผลิตภัณฑ์รุ่นแรกๆ ในซีรีส์ L (โดย L ย่อมาจากคำว่า “Luxury” หรือความหรูหรา) ได้กลายมาเป็นตัวแทนของสุดยอดงานฝีมือในการผลิตกีตาร์อะคูสติกของ Yamaha ด้วยโทนเสียงสูงและต่ำที่สมดุลอย่างลงตัว พร้อมทั้งหางเสียงที่ยาวเป็นพิเศษและย่านเสียงแหลมที่ใสชัดเจน

กีตาร์อะคูสติกระดับไฮเอนด์ซีรีส์ L

L-51/L-52/L-53/L-54 Ultra High-end Custom Acoustic Guitars

L-51: กีตาร์คัสตอมระดับท็อปของคลาสที่สะท้อนถึงงานฝีมืออันเป็นเลิศของ Yamaha โดดเด่นด้วยตัวบอดี้แบบไม่สมมาตร (asymmetrical) และแนวคิดการออกแบบที่มุ่งเน้นคุณภาพเสียงเป็นหลัก

L-52: กีตาร์คัสตอมระดับท็อปของคลาสที่สะท้อนถึงงานฝีมืออันเป็นเลิศของ Yamaha โดดเด่นด้วยบอดี้ทรงจัมโบ้และการออกแบบที่เน้นความสมดุลของคอร์ดที่ยอดเยี่ยม

L-53: กีตาร์คัสตอมระดับท็อปของคลาสที่มาพร้อมดีไซน์อันหรูหราสวยงาม และโทนเสียงที่ใส ชัดเจน ทรงพลัง ซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงงานฝีมืออันเลื่องชื่อของ Yamaha

L-54: กีตาร์คัสตอมระดับท็อปของคลาสที่รังสรรค์โดยช่างฝีมือผู้เชี่ยวชาญของ Yamaha โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์และโทนเสียงที่ให้กลิ่นอายสไตล์คันทรีอย่างชัดเจน ถือเป็นสุดยอดกีตาร์อะคูสติกรุ่นคัสตอมระดับไฮเอนด์ของ Yamaha

L-51/L-52/L-53/L-54 Ultra High-end Custom Acoustic Guitars

เปิดตัวระบบการสั่งทำพิเศษ

ด้วยการต่อยอดจากรุ่น L-51, L-52, L-53 และ L-54 ตัวเลือกสเปกที่มีให้เลือกถึง 23 แบบในระบบนี้จะช่วยให้นักดนตรีสามารถรังสรรค์กีตาร์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของตนเองในทุกมิติได้อย่างสมบูรณ์แบบ

เปิดตัวระบบการสั่งทำพิเศษ

กีตาร์อะคูสติกซีรีส์ CJ

ซีรีส์ “Country Jumbo” ที่โดดเด่นด้วยบอดี้กีตาร์ขนาดใหญ่ ให้เสียงกังวาน พร้อมคุณภาพเสียงที่แน่นและคมชัด

กีตาร์อะคูสติกซีรีส์ CJ

กีตาร์อะคูสติก-ไฟฟ้าซีรีส์ CWE

กีตาร์กีตาร์อะคูสติก-ไฟฟ้ารุ่นแรกของ Yamaha ที่มาพร้อมกับบอดี้แบบคอเว้า (Cutaway) ดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะนี้อยู่บนพื้นฐานของการใช้ปิ๊กอัพที่ทางเราพัฒนาขึ้นเองโดยเฉพาะ ในขณะที่ตัวกีตาร์มาพร้อมกับ 22 เฟรต และบอดี้กีตาร์ที่บาง โดยเน้นการเล่นที่ง่ายและคล่องตัว

กีตาร์อะคูสติก-ไฟฟ้าซีรีส์ CWE

กีตาร์อะคูสติก-ไฟฟ้าซีรีส์ APX

กีตาร์กีตาร์อะคูสติก-ไฟฟ้าอันเป็นเอกลักษณ์ของ Yamaha ซึ่งเป็นการหลอมรวมระหว่างองค์ความรู้ด้านกีตาร์อะคูสติกของ Yamaha และประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีไฟฟ้า จนเกิดเป็นเครื่องดนตรีสำหรับการแสดงบนเวทีที่มีคุณภาพสูง

กีตาร์อะคูสติก-ไฟฟ้าซีรีส์ APX

LL100D: กีตาร์อะคูสติกฉลองครบรอบ 100 ปีของ Yamaha

รุ่นเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปีของ Yamaha คือที่สุดแห่งการผสมผสานศิลปะการสร้างสรรค์กีตาร์อะคูสติกที่ Yamaha ได้สั่งสมมาอย่างยาวนาน จำนวนจำกัดแต่ 20 ตัว

LL100D: กีตาร์อะคูสติกฉลองครบรอบ 100 ปีของ Yamaha

กีตาร์ขนาดเล็ก APXT1

การถ่ายทอดปรัชญาการออกแบบของผลิตภัณฑ์ซีรีส์ APX มาไว้ในรูปแบบขนาดพกพา เพื่อมอบความคล่องตัวที่ยอดเยี่ยม พร้อมรูปทรงที่กะทัดรัดและเล่นได้ทุกที่ ทุกเวลา

กีตาร์ขนาดเล็ก APXT1

กีตาร์ขนาดเล็ก GL1 Guitalele

ด้วยบอดี้ขนาดเล็กที่ทำให้นึกถึงอูคูเลเล่ แต่ยังคงประสิทธิภาพการเล่นได้เกือบเทียบเท่ากีตาร์ 6 สาย กีตาร์รุ่นมินิใหม่นี้จะทำให้ผู้เล่นเพลิดเพลินไปกับเสียงและสัมผัสการเล่นจากสายไนลอน

กีตาร์ขนาดเล็ก GL1 Guitalele

กีตาร์ขนาดเล็ก JR1

กีตาร์อะคูสติกขนาดมินิที่ต่อยอดแนวคิดการออกแบบมาจากรุ่น FG180

กีตาร์ขนาดเล็ก JR1

กีตาร์อะคูสติก-ไฟฟ้าซีรีส์ CPX

ซีรีส์ A ที่ถูกพัฒนาขึ้นภายใต้คอนเซ็ปท์ของกีตาร์อะคูสติกไฟฟ้า กีตาร์รุ่นนี้ให้โทนเสียงที่ใสชัดเจนและเป็นธรรมชาติ มาพร้อมดีไซน์ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากความงดงามของเข็มทิศเดินเรือ

กีตาร์อะคูสติก-ไฟฟ้าซีรีส์ CPX

SILENT Guitar™ SLG100N

ซีรีส์ใหม่ล่าสุดของกีตาร์สุดล้ำสมัย ที่ยังคงสัมผัสการเล่นแบบกีตาร์อะคูสติกแท้ๆ เอาไว้อย่างครบถ้วน ในขณะเดียวกันก็มอบประสิทธิภาพการทำงานที่เงียบสนิท และรองรับการใช้งานผ่านหูฟัง

SILENT Guitar™ SLG100N

ปิ๊กอัพ ART จำลองเสียงกังวานของบอดี้กีตาร์ได้อย่างสมจริง

ระบบปิ๊กอัพแบบคอนแทคที่ถูกพัฒนาขึ้นโดยมีเป้าหมายเพื่อมอบ “เสียงอะคูสติกที่แท้จริง” ด้วยการถ่ายทอดเสียงกังวานจากบอดี้ของกีตาร์อะคูสติกได้อย่างสมจริงและเป็นธรรมชาติที่สุด

ปิ๊กอัพ ART จำลองเสียงกังวานของบอดี้กีตาร์ได้อย่างสมจริง

A.R.E. เทคโนโลยีการแปรสภาพไม้ที่เป็นเอกสิทธิ์ของ Yamaha

เทคโนโลยีที่ Yamaha วิจัยและพัฒนาขึ้นเองเพื่อเสริมคุณสมบัติเฉพาะตัวของไม้ ให้สามารถถ่ายทอดเสียงที่กังวานและนุ่มลึก ราวกับเป็นเครื่องดนตรีที่ผ่านการใช้งานมายาวนานหลายปี

A.R.E. เทคโนโลยีการแปรสภาพไม้ที่เป็นเอกสิทธิ์ของ Yamaha

ระบบ SRT จำลองสัมผัสของมวลอากาศภายในบอดี้กีตาร์ได้อย่างสมจริง

ระบบปิ๊กอัพที่ล้ำสมัยที่สุดของ Yamaha ซึ่งคิดค้นและพัฒนาขึ้นเพื่อจำลองเสียงอะคูสติกคุณภาพระดับสตูดิโอ โดยปิ๊กอัพนี้จะสามารถเก็บรายละเอียดความนุ่มนวลของเสียงได้ราวกับกับการบันทึกเสียงในห้องอัดด้วยไมโครโฟนรุ่นท็อป

ระบบ SRT จำลองสัมผัสของมวลอากาศภายในบอดี้กีตาร์ได้อย่างสมจริง

กีตาร์อะคูสติก-ไฟฟ้าซีรีส์ A

กีตาร์โปร่งไฟฟ้าซีรีส์นี้มาพร้อมดีไซน์เรียบง่ายแต่ทรงพลัง คอกีตาร์ที่เล่นได้อย่างลื่นไหล อีกทั้งยังมีระบบปิ๊กอัพ SRT และฟีเจอร์อื่นๆ ที่จะสร้างประสบการณ์การเล่นที่น่าประทับใจให้กับเหล่านักดนตรี ที่มองหากีตาร์เพื่อการแสดงระดับอาชีพอย่างแท้จริง

กีตาร์อะคูสติก-ไฟฟ้าซีรีส์ A

ซีรีส์ L (2014)

กีตาร์ซีรีส์ L รุ่นใหม่ของ Yamaha คือส่วนผสมที่ลงตัวที่สุดระหว่างความคลาสสิกและนวัตกรรมสมัยใหม่ โดยมอบโทนเสียงที่อบอุ่นและนุ่มลึกด้วยเทคโนโลยี A.R.E. มาพร้อมรูปลักษณ์ที่สวยงามเหนือกาลเวลา สัมผัสการเล่นที่เหนือระดับ และระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่พร้อมสำหรับการแสดงสดอย่างมืออาชีพ

ซีรีส์ L (2014)

SILENT Guitar™ SLG200

SILENT Guitar™ ให้เสียงที่เงียบสนิทเมื่อเล่นในห้อง แต่มอบโทนเสียงอะคูสติกที่เป็นธรรมชาติเมื่อเสียบปลั๊กใช้งาน กีตาร์รุ่นนี้มาพร้อมดีไซน์ที่มีความอุ่นแบบไม้แต่แฝงด้วยความล้ำสมัยแห่งอนาคต

SILENT Guitar™ SLG200

ซีรีส์ FG/FS800

ซีรีส์ FG/FS800 มาพร้อมกับการออกแบบโครงสร้างซาวด์บอร์ดที่ล้ำสมัย เพื่อสร้างมิติเสียงที่เต็มอิ่มในย่านเสียงกลางถึงต่ำ พร้อมทั้งช่วยเพิ่มพลังเสียงให้ดังยิ่งขึ้น

ซีรีส์ FG/FS800

TransAcoustic™ Guitar LL-TA

ด้วย TransAcoustic™ Guitar รุ่นแรกนี้ ผู้เล่นสามารถเพิ่มเอฟเฟกต์เสียงสะท้อนและเสียงคอรัสเข้ากับเสียงธรรมชาติของกีตาร์ได้โดยตรง โดยไม่ต้องอาศัยเครื่องขยายเสียงจากภายนอก มอบมิติใหม่ให้กับการเล่นกีตาร์อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

TransAcoustic™ Guitar LL-TA

การเปลี่ยนโฉมใหม่ของซีรีส์ A

กีตาร์อะคูสติกไฟฟ้าที่มาพร้อมระบบปิ๊กอัพ SRT2 รุ่นใหม่ล่าสุด มอบสัมผัสการเล่นที่คล่องตัวสูงและดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ ช่วยให้ผู้เล่นสามารถถ่ายทอดเสียงที่เป็นธรรมชาติได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะใช้บนเวทีหรือในการบันทึกเสียง

การเปลี่ยนโฉมใหม่ของซีรีส์ A

กีตาร์อะคูสติก CSF1M/CSF3M

กีตาร์อะคูสติกที่ให้เสียงกังวานและเต็มอิ่มไม่ต่างจากเครื่องดนตรีขนาดมาตรฐาน แต่มาพร้อมบอดี้ขนาดกะทัดรัดที่โอบจับได้อย่างสบายมือ

กีตาร์อะคูสติก CSF1M/CSF3M

Atmosfeel™

ปิ๊กอัพ Atmosfeel™ 3 ทาง และระบบปรีแอมป์นี้ ใช้เพียโซเซ็นเซอร์ที่อยู่ในสะพานสายในการจับเสียงย่านความถี่ต่ำ ใช้ไมโครโฟนสำหรับย่านเสียงต่ำและเสียงกลาง และใช้แผ่นสัญญาณสังเคราะห์แผ่นบางสำหรับความถี่สูงซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของเราที่พัฒนาขึ้นใหม่ล่าสุด ผลที่ได้คือเสียงที่เป็นธรรมชาติเต็มรูปแบบพร้อมการควบคุมที่ง่ายทำให้สามารถเล่นเพลงได้เกือบทุกแนว

Atmosfeel™

กีตาร์อะคูสติก FG/FS RED LABEL

กีตาร์ซีรีส์นี้สืบทอดหลักปรัชญาการออกแบบมาจากรุ่น FG Red Label ซึ่งเป็นจุดกำเนิดของกีตาร์ Yamaha พร้อมทั้งหลอมรวมองค์ประกอบร่วมสมัยเพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของนักกีตาร์ในยุคปัจจุบัน

กีตาร์อะคูสติก FG/FS RED LABEL

กีตาร์อะคูสติก STORIA

กีตาร์อะคูสติกรุ่นนี้ได้รับการพัฒนาขึ้นโดยคำนึงถึงผู้ใช้งานเป็นหลัก เน้นให้เล่นง่ายเป็นพิเศษ และมาพร้อมดีไซน์ที่ลงตัวกับไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน

กีตาร์อะคูสติก STORIA

กีตาร์อะคูสติก FG9

กีตาร์อะคูสติกรุ่นเรือธงของ Yamaha ที่ผสมผสานเสียงอันทรงพลังเข้ากับความใสชัดเจน ช่วยให้ผู้ที่ชื่นชอบเล่นกีตาร์ด้วยเทคนิค Flatpicking และศิลปินนักเขียนเพลงสามารถถ่ายทอดอารมณ์ที่สมบูรณ์แบบ

กีตาร์อะคูสติก FG9

TransAcoustic™ Guitar TAG3 C

กีตาร์ TransAcoustic™ เจเนอเรชันที่สองนี้มาพร้อมเอฟเฟกต์ในตัว ฟังก์ชั่นลูปเปอร์ และการเชื่อมต่อ Bluetooth ช่วยให้คุณสร้างสรรค์ผลงานเพลงได้ครบทุกขั้นตอนจบในกีตาร์เพียงตัวเดียว

TransAcoustic™ Guitar TAG3 C

กีต้าร์คลาสสิค

GC3/5/7/10: กีตาร์คลาสสิครุ่นแรกของ Yamaha

สัมผัสมนต์ขลังแห่งกีตาร์สเปนแท้ รังสรรค์โดยช่างที่ผ่านการฝึกฝนจาก Eduardo Ferrer ปรมาจารย์ระดับตำนานชาวสเปน เพื่อถ่ายทอดเอกลักษณ์และศิลปะการทำกีตาร์ดั้งเดิมสู่มือคุณ

GC3/5/7/10: กีตาร์คลาสสิครุ่นแรกของ Yamaha

GC5F/7F/10F: กีตาร์ฟลาเมงโกรุ่นแรกของ Yamaha

กีตาร์ฟลาเมงโกรุ่นแรกของ Yamaha ซึ่งต่อยอดมาจากรุ่น GC-5, 7 และ 10 รังสรรค์โดยช่างฝีมือผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการฝึกฝนจาก Eduardo Ferrer ปรมาจารย์ระดับตำนานชาวสเปน

GC5F/7F/10F: กีตาร์ฟลาเมงโกรุ่นแรกของ Yamaha

กีตาร์คลาสสิกรุ่นคัสตอม GC30A/B/C

ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ที่สุดของ Yamaha ในการสร้างสรรค์กีตาร์คลาสสิกรุ่นคัสตอมซึ่งถือกำเนิดขึ้นจากการหลอมรวมความเชี่ยวชาญในเทคนิคดั้งเดิมเข้ากับปรัชญาการออกแบบของ Manuel Hernandez ปรมาจารย์ชาวสเปน

กีตาร์คลาสสิกรุ่นคัสตอม GC30A/B/C

กีตาร์คลาสสิกรุ่นคัสตอม GC70/70C/71

ผลงานชิ้นเอกระดับมาสเตอร์พีซนี้ถือกำเนิดขึ้นจากการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับศิลปินนักดนตรีแถวหน้าจากทั่วทุกมุมโลก ด้วยความเชี่ยวชาญทั้งในด้านเทคนิคดั้งเดิมและองค์ความรู้ที่ Yamaha สะสมมาอย่างยาวนาน

กีตาร์คลาสสิกรุ่นคัสตอม GC70/70C/71

กีตาร์ไฟฟ้าสายไนลอนซีรีส์ NX

กีตาร์ไฟฟ้าสายไนลอนดีไซน์ร่วมสมัยที่สามารถถ่ายทอดเนื้อเสียงอันอบอุ่น เป็นเอกลักษณ์ตามแบบฉบับของสายไนลอน

กีตาร์ไฟฟ้าสายไนลอนซีรีส์ NX

ซีรีส์ CG

กีตาร์สายไนลอนราคาจับต้องได้ที่ให้เสียงกังวานเต็มอิ่ม มาพร้อมสัมผัสการเล่นที่ยอดเยี่ยม และรูปลักษณ์ที่ดูสว่างสดใส

ซีรีส์ CG

กีตาร์คลาสสิกรุ่นเรือธง GC82S/C

กีตาร์คลาสสิกรุ่นเรือธงของ Yamaha ที่คัดสรรวัสดุไม้มาอย่างพิถีพิถัน ผสานกับงานฝีมืออันประณีตซึ่งสะท้อนถึงเทคนิคความเชี่ยวชาญทั้งการออกแบบกีตาร์สเปนแบบดั้งเดิม และความเชี่ยวชาญของทีมช่างระดับมือโปรจาก Yamaha

กีตาร์คลาสสิกรุ่นเรือธง GC82S/C

CG-TA

กีตาร์ TransAcoustic™ แบบเต็มตัว (Non-cutaway) รุ่นนี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้ผู้เล่นกีตาร์คลาสสิกสัมผัสได้ถึงความต่อเนื่องอย่างไร้รอยต่อ โดยยังคงความรู้สึกและสัมผัสการเล่นตามแบบฉบับดั้งเดิมไว้ครบถ้วน พร้อมทั้งเสริมด้วยเอฟเฟกต์สมัยใหม่เพื่อยกระดับการแสดงให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

CG-TA

ซีรีส์ NX (2020)

เจเนอเรชั่นที่สองของกีตาร์อะคูสติกและกีตาร์ไฟฟ้าสายไนลอนในซีรีส์ NX ได้รับการออกแบบมาให้ดึงดูดใจทั้งผู้เล่นกีตาร์สายไนลอนที่มองหาคุณสมบัติการขยายสัญญาณเสียงที่ดีกว่าเดิม และผู้เล่นกีตาร์ไฟฟ้าสายเหล็กที่ต้องการเปิดประสบการณ์และสัมผัสโทนเสียงที่ได้จากสายไนลอน โดยรุ่น NX3 และ NX5 จะใช้ระบบปิ๊กอัพ Atmosfeel™ ซึ่งให้เสียงที่เป็นเลิศอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอโดยไม่คำนึงถึงระดับเสียง

ซีรีส์ NX (2020)

กีต้าร์ไฟฟ้า

SG-2/3: กีตาร์ไฟฟ้ารุ่นแรกของ Yamaha

Yamaha ได้เปิดตัวกีตาร์ไฟฟ้าตัวแรกอย่างเป็นทางการในเดือนเมษายน ปี 1966 ภายใต้ชื่อรุ่น S302 และ S201 ก่อนจะเปลี่ยนชื่อเป็น SG-3 และ SG-2 ในอีกหนึ่งเดือนให้หลัง กีตาร์ซีรีส์นี้โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งในส่วนของชุดคันโยก ข้อต่อคอ และชุดปิ๊กอัพ ซึ่งสะท้อนถึงความหลงใหลของ Yamaha ในการสร้างสรรค์เอกลักษณ์และนวัตกรรมมาตั้งแต่รุ่นแรกเริ่ม

SG-2/3: กีตาร์ไฟฟ้ารุ่นแรกของ Yamaha

SG-7: ที่สุดของกีตาร์ไฟฟ้า สัญลักษณ์แห่งยุค 60 ของ Yamaha

ผลิตภัณฑ์รุ่นเรือธงของ Yamaha ที่มาพร้อมบอดี้อันเป็นเอกลักษณ์โดดเด่น ซึ่งออกวางจำหน่ายในช่วงเวลาที่กีตาร์ไฟฟ้าเริ่มได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย

SG-7: ที่สุดของกีตาร์ไฟฟ้า สัญลักษณ์แห่งยุค 60 ของ Yamaha

SA-50,SA-15(D): กีตาร์ไฟฟ้าแบบ Hollow body รุ่นแรกของ Yamaha

SA50: กีตาร์ทรง Hollow Body ที่มีรูปทรงบอดี้สมมาตรกันทั้งซ้ายและขวา รูปลักษณ์ภายนอกของกีตาร์รุ่นนี้ดูเหมือนกับกีตาร์ทรง Semi-solid แต่กลับมีโครงสร้างที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยไม่มีการใช้บล็อกไม้แกนกลางอยู่ภายใน

SA15: กีตาร์ทรง Hollow Body ที่โดดเด่นด้วยดีไซน์เขายาว (Long Horn) บริเวณฝั่งสายหนึ่งเช่นเดียวกับรุ่น SG7 และติดตั้งปิ๊กอัพแบบซิงเกิลคอยล์จำนวนสองตัว

SA-50,SA-15(D): กีตาร์ไฟฟ้าแบบ Hollow body รุ่นแรกของ Yamaha

กีตาร์ไฟฟ้า SG-3C

บอดี้ที่มีรูปทรงไม่สมมาตรกันระหว่างซ้ายและขวา โดยไม่มีส่วนโค้งคอดตรงเอว และมีการขยายส่วนเว้าเฉพาะฝั่งสายเบสเท่านั้น ผลิตภัณฑ์รุ่น SG-3C มาพร้อมระบบควบคุมที่กว่าใช้งานง่ายกว่ารุ่น SG-5A และ 2A โดยมีการเพิ่มชุดคันโยกเข้ามา และผลิตภัณฑ์รุ่นนี้วางจำหน่ายในราคาที่ย่อมเยากว่า

กีตาร์ไฟฟ้า SG-3C

SG-175: ต้นกำเนิดของผลิตภัณฑ์ซีรีส์ SG ที่ยังคงสืบทอดและวางจำหน่ายมาจนถึงปัจจุบัน

ในฐานะเป็นต้นกำเนิดของซีรีส์ SG ที่วางจำหน่ายในปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์รุ่น SG-175 โดดเด่นด้วยรูปทรงบอดี้ที่สมมาตรกันทั้งซ้ายและขวา พร้อมอินเลย์บอกตำแหน่งเฟรตรูปลูกศร ต่อมาได้มีการผลิตรุ่นคัสตอมขึ้นตามคำเรียกร้องของ Carlos Santana

SG-175: ต้นกำเนิดของผลิตภัณฑ์ซีรีส์ SG ที่ยังคงสืบทอดและวางจำหน่ายมาจนถึงปัจจุบัน

SG-2000/1000: รุ่นที่เปรียบเสมือนอัญมณีประดับยอดมงกุฎของซีรีส์ SG

SG2000: กีตาร์รุ่นท็อปที่สุดในซีรีส์ SG นี้ถูกพัฒนาขึ้นโดยยังคงเนื้อเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ของรุ่น SG175 ผนวกกับนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ปรับปรุงพัฒนาอย่างต่อเนื่องตลอดเส้นทางประวัติศาสตร์ของซีรีส์ SG กีตาร์รุ่นนี้โดดเด่นด้วยโครงสร้างแบบคอทะลุ (Neck-through) อันเป็นเอกลักษณ์ การติดตั้งแผ่น Sustain Plate และปิ๊กอัพฮัมบัคกิ้งแบบ Semi-open

SG1000: กีตาร์รุ่นนี้เปรียบเหมือนรุ่นมาตรฐานของซีรีส์ SG ที่ครองความนิยมยาวนานที่สุด โดยพัฒนาขึ้นมาจากแนวคิดการใช้โครงสร้างคอกีตาร์แบบ Set-in และปิ๊กอัพแบบฮัมบัคกิ้ง ที่ริเริ่มใช้งานในรุ่น SG175

SG-2000/1000: รุ่นที่เปรียบเสมือนอัญมณีประดับยอดมงกุฎของซีรีส์ SG

กีตาร์ไฟฟ้า SF-700

กีตาร์รุ่นนี้โดดเด่นด้วยโทนเสียงที่สดใสอันเป็นเอกลักษณ์ของซีรีส์ SF มาพร้อมคอกีตาร์ 24 เฟรต และการปาดขอบบอดี้ด้านหน้า (Top Cut) ให้โค้งมนรับกับร่างกายผู้เล่น พร้อมทั้งการปาดบอดี้ด้านหลัง (Back Cut) เพื่อรองรับดีไซน์แบบไม่สมมาตรกันระหว่างซ้ายและขวาของบอดี้กีตาร์

กีตาร์ไฟฟ้า SF-700

กีตาร์ไฟฟ้า SC-1200

ด้วยชื่อรุ่น SC ซึ่งย่อมาจาก “Super Combinator” SC-1200 คือที่สุดของซีรีส์ SC ด้วยโครงสร้างแบบคอทะลุ (Neck-through) ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว คุณสมบัติเด่นของซีรีส์นี้ประกอบด้วยการใช้แม่เหล็กแบบบาร์สำหรับปิ๊กอัพ พร้อมความสามารถในการสร้างสรรค์เสียงได้ถึง 13 รูปแบบ ผ่านสวิตช์โยกขนาดเล็กสามตัวที่เชื่อมต่อเข้ากับปิ๊กอัพทั้งสามชุด

กีตาร์ไฟฟ้า SC-1200

กีตาร์ไฟฟ้าแบบ Semi-hollow SA-2000

บอดี้แบบ Semi-hollow ทรงไม่สมมาตรกันระหว่างซ้ายและขวามีการใช้บล็อกไม้แกนกลางในรุ่นท็อปนี้ โดยให้ความสำคัญกับคุณภาพเสียงและคุณสมบัติการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นปิ๊กอัพฮัมบัคกิ้งแบบมีฝาครอบที่ปรับได้ 3 จุด และการเก็บงานเฟรตแบบ Over-binding เพื่อให้เล่นได้อย่างลื่นไหลในทุกตำแหน่งบนฟิงเกอร์บอร์ด

กีตาร์ไฟฟ้าแบบ Semi-hollow SA-2000

กีตาร์ไฟฟ้า SJ-800

กีตาร์ทรง Single Cutaway ที่มาพร้อมปิ๊กอัพฮัมบัคกิ้งในตำแหน่งคอ และปิ๊กอัพซิงเกิลคอยล์ในตำแหน่งบริดจ์ เพื่อให้ผู้เล่นเลือกใช้โทนเสียงที่ต้องการ และสลับระหว่างเสียงทั้งสองแบบได้ทันทีเพียงแค่กดสวิตช์ Bi-Sound เพียงครั้งเดียว การผสมผสานของเสียงที่หลากหลายนี้ มาจากตัวบอดี้ที่ใช้ไม้หน้าเป็นเมเปิล และไม้ส่วนหลังเป็นแอลเดอร์

กีตาร์ไฟฟ้า SJ-800

AE-2000: รุ่นที่เปรียบเสมือนอัญมณีประดับยอดมงกุฎของกีตาร์ไฟฟ้าทรง Hollow body

กีตาร์ Archtop ระดับไฮเอนด์ตัวนี้โดดเด่นด้วยไม้หน้าแกะสลักจากไม้สปรูซแท้ ซึ่งแกะขึ้นมาพร้อมกับโครงซัพพอร์ตภายใน ตกแต่งฟิงเกอร์บอร์ดไม้อีโบนีด้วยอินเลย์ทรงบล็อก อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์โลหะสีทอง และติดตั้งปุ่มควบคุมโทนเสียงที่รองรับการแทปคอยล์ Yamaha AE-2000 เป็นรุ่นที่ถูกนำไปใช้ในการบรรเลงดนตรีหลากหลายแนว

AE-2000: รุ่นที่เปรียบเสมือนอัญมณีประดับยอดมงกุฎของกีตาร์ไฟฟ้าทรง Hollow body

กีตาร์ไฟฟ้า SF-7000

SF-7000 ที่พัฒนาต่อยอดมาจากโครงสร้างคอกีตาร์แบบ Set-In ของซีรีส์ SF และโครงสร้างคอทะลุ (Through-neck) อันเป็นเอกลักษณ์ของซีรีส์ SG ใช้ปิ๊กอัพแบบ Open Humbucker และมีการใช้สะพานสายที่แตกต่างกันไปในแต่ละโมเดล สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งของ Yamaha เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้เล่นและเทรนด์ที่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย

กีตาร์ไฟฟ้า SF-7000

SG-3000: รุ่นที่เปรียบเสมือนอัญมณีประดับยอดมงกุฎของซีรีส์ SG

ผลิตภัณฑ์รุ่นเรือธงของซีรีส์ SG ที่มาพร้อมกับนิยามความเป็นกีตาร์ “คัสตอม” เครื่องดนตรีรุ่นนี้ใช้ปิ๊กอัพและสะพานสายที่ถูกออกแบบและพัฒนาขึ้นใหม่ให้มีน้ำหนักเบาลง เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้เล่นที่ได้รับอิทธิพลจากกระแสดนตรีเฮฟวีเมทัลที่กำลังรุ่งเรืองในช่วงต้นทศวรรษ 80

SG-3000: รุ่นที่เปรียบเสมือนอัญมณีประดับยอดมงกุฎของซีรีส์ SG

กีตาร์ไฟฟ้าแบบ Bolt-on SESSON512

กีตาร์รุ่นนี้มาพร้อมชุดคันโยก "Rockin' Magic II" ที่มีระบบล็อกสายอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทำงานร่วมกับปิ๊กอัพที่พัฒนาขึ้นใหม่โดยใช้แม่เหล็กต่างๆ เพื่อให้ได้โทนเสียงที่หลากหลาย สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการในการเล่นที่เปลี่ยนไปอย่างไม่หยุดยั้งของวงการเพลงร็อก

กีตาร์ไฟฟ้าแบบ Bolt-on SESSON512

กีตาร์ไฟฟ้า SFX-I

ด้วยโครงสร้างคอกีตาร์แบบ Set-In ตามแบบฉบับดั้งเดิม ที่มาพร้อมไม้หน้าเมเปิลแกะสลักและไม้หลังมะฮอกกานี กีตาร์รุ่น SFX-I ติดตั้งปิ๊กอัพแบบบาร์ที่พัฒนาขึ้นใหม่พร้อมสวิตช์บูสเตอร์ ทำให้กีตาร์รุ่นนี้ตอบโจทย์มือกีตาร์ที่เน้นเทคนิคได้เป็นอย่างดีด้วยชุดคันโยกและจุดต่อคอแบบ Heel-less ที่เรียบเนียน

กีตาร์ไฟฟ้า SFX-I

กีตาร์ไฟฟ้า RGX-1212

ผลิตภัณฑ์ซีรีส์ RGX ซึ่งมาพร้อมกับดีไซน์หัวกีตาร์แบบ 3 มิติเปิดตัวเป็นครั้งแรกในปี 1986 1212 คือโมเดลรุ่นท็อปของไลน์ผลิตภัณฑ์ที่อัดแน่นด้วยฟีเจอร์ล้ำสมัย ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างคอทะลุ (Through-neck) ที่ทำจากไม้เมเปิลกับมะฮอกกานีรวม 5 ชิ้น ฟิงเกอร์บอร์ดไม้อีโบนีพร้อมไบดิ้ง ชุดคันโยกที่ล้ำสมัยที่สุดในยุคนั้น เสริมด้วยปิ๊กอัพแม่เหล็ก Spinex บนโครงสร้างกีตาร์ที่มีความยาวสเกล 628 มม.

กีตาร์ไฟฟ้า RGX-1212

YEG-100A: กีตาร์ไฟฟ้าฉลองครบรอบ 100 ปีของ Yamaha

รุ่นลิมิเต็ดที่ผลิตและวางจำหน่ายเพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปีของ Yamaha อินเลย์รูปนกฟีนิกซ์ช่วยเสริมความโดดเด่นให้กับไม้คุณภาพสูงสุดที่มีลายไม้สวยงาม พร้อมด้วยอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ชุบทอง 24 กะรัต เพื่อรูปลักษณ์ที่ดูหรูหราสง่างาม ด้วยการหลอมรวมคุณภาพการใช้งานอันยอดเยี่ยม เข้ากับระบบปิ๊กอัพแบบไฮบริดที่สามารถสลับโหมดระหว่างแอคทีฟและพาสซีฟ พร้อมด้วยสเปกสุดล้ำอื่นๆ อย่างการติดตั้งไฟ LED บิวท์อินในตำแหน่งมาร์กเกอร์ด้านข้างคอ เป็นต้น

YEG-100A: กีตาร์ไฟฟ้าฉลองครบรอบ 100 ปีของ Yamaha

กีตาร์ไฟฟ้า Image Deluxe

กีตาร์เหล่านี้ใช้โครงสร้างแบบลำตัวตัน แต่มาในรูปทรงบอดี้แบบ Semi-acoustic ซึ่งเป็นที่นิยมอย่างมากในขณะนั้น ดีไซน์นี้ได้รับการพัฒนาขึ้นในประเทศอังกฤษแทนที่จะเป็นประเทศญี่ปุ่น และไลน์ผลิตภัณฑ์นี้ประกอบด้วย 3 รุ่นหลัก ดังนี้ Custom, Deluxe และ Standard ภาพที่แสดงอยู่นี้คือรุ่น Deluxe

กีตาร์ไฟฟ้า Image Deluxe

กีตาร์ไฟฟ้า Weddington Custom

ด้วยโทนเสียงที่ปรับแต่งได้หลากหลายจากสวิตช์เลือกปิ๊กอัพแบบ 5 ทาง และปิ๊กอัพคุณภาพสูงที่ผลิตในสหรัฐอเมริกา กีตาร์ตัวนี้ยังใช้โครงสร้างคอกีตาร์แบบ Set-In ดีไซน์ใหม่ ซึ่งช่วยให้การเล่นเฟรตในส่วนลึกเป็นไปอย่างรื่นไหลและคล่องตัว ไลน์ผลิตภัณฑ์นี้ประกอบด้วยรุ่น Custom, Classic และ Special

กีตาร์ไฟฟ้า Weddington Custom

Pacifica912: กีตาร์มาตรฐานแบบ Bolt-on ของ Yamaha ที่ยังคงได้รับความนิยมอย่างสูงจวบจนปัจจุบัน

กีตาร์รุ่นแรกในซีรีส์ Pacifica ซึ่งออกแบบและพัฒนาขึ้นโดยทีม Yamaha Guitar Development ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาในย่านนอร์ทฮอลลีวูด ซึ่งเปิดตัวในปี 1989 กีตาร์รุ่นนี้อัดแน่นด้วยความคิดสร้างสรรค์อันเป็นเอกลักษณ์ของ Yamaha ภายใต้ดีไซน์แบบดั้งเดิม

Pacifica912: กีตาร์มาตรฐานแบบ Bolt-on ของ Yamaha ที่ยังคงได้รับความนิยมอย่างสูงจวบจนปัจจุบัน

กีตาร์ไฟฟ้า AES-1500

กีตาร์ทรง Hollow body รุ่นนี้มีการติดตั้งบล็อกไม้ไว้ที่ด้านในเฉพาะบริเวณใต้สะพานสายเท่านั้น ทำให้กีตาร์สามารถส่งเสียงกังวานได้อย่างยอดเยี่ยมแม้จะเล่นด้วยระดับเสียงที่ดังมากก็ตาม กีตาร์รุ่นนี้เหมาะกับดนตรีหลากหลายแนว ด้วยขุมพลังจากปิ๊กอัพฮัมบัคกิ้งขนาดเท่า P-90 และสวิตช์ปรับเสียงแบบ Bi-Sound นอกจากนี้ ยังมีรุ่นที่ติดตั้งชุดคันโยก Bigsby อีกด้วย

กีตาร์ไฟฟ้า AES-1500

ระบบการสั่งทำ Pacifica Semi Order เพื่อการตอบโจทย์ความต้องการของผู้เล่นได้อย่างใกล้ชิดที่สุด

ด้วยการต่อยอดจากผลิตภัณฑ์รุ่นท็อปในซีรีส์ Pacifica (ซึ่งเป็นกีตาร์มาตรฐานแบบ Bolt-on ของ Yamaha) ระบบการสั่งทำแบบ Semi-order ที่ยืดหยุ่นนี้จะช่วยให้ผู้เล่นสามารถกำหนดรายละเอียดสเป็คเองได้ตามต้องการ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อไม้บอดี้ วัสดุฟิงเกอร์บอร์ด อินเลย์ ทรงคอกีตาร์ ขนาดเฟรต ไปจนถึงสีสันของกีตาร์

ระบบการสั่งทำ Pacifica Semi Order เพื่อการตอบโจทย์ความต้องการของผู้เล่นได้อย่างใกล้ชิดที่สุด

AEX-1500: หลอมรวมจิตวิญญาณแห่งเสียงอะคูสติกและไฟฟ้าเข้าด้วยกัน

กีตาร์รุ่นนี้เป็นแบบ Hollow body ที่ให้ทั้งเสียงที่อิ่มหนา และความกังวานแบบอะคูสติก ด้วยระบบปรีแอมป์ที่สามารถผสมเสียงและปรับแต่งอีควอไลเซอร์ได้อย่างอิสระ เสริมด้วยปิ๊กอัพฮัมบัคกิ้งในตำแหน่งคอและปิ๊กอัพแบบเพียโซอิเล็กทริก

AEX-1500: หลอมรวมจิตวิญญาณแห่งเสียงอะคูสติกและไฟฟ้าเข้าด้วยกัน

Pacifica1511MS: รุ่นซิกเนเจอร์ของ Mike Stern

กีตาร์รุ่นซิกเนเจอร์ของ Mike Stern นี้โดดเด่นด้วยบอดี้ไม้แอช และคอกีตาร์ทำจากไม้เมเปิลแบบชิ้นเดียว ผสานการทำงานระหว่างปิ๊กอัพฮัมบัคกิ้งในตำแหน่งคอเข้ากับปิ๊กอัพรุ่น Hot Rails เพื่อการถ่ายทอดอารมณ์ดนตรีอันงดงาม ตอบโจทย์สไตล์การเล่นที่หลากหลาย ตั้งแต่เสียงคลีน ไปจนถึงบลูส์ ร็อก และเสียงแตกที่หนักหน่วง

Pacifica1511MS: รุ่นซิกเนเจอร์ของ Mike Stern

กีตาร์ไฟฟ้า AEX-500

กีตาร์แบบ Semi-hollow สไตล์ใหม่ที่มาพร้อมบอดี้ขนาดกะทัดรัด โดดเด่นด้วยปิ๊กอัพฮัมบัคกิ้งตำแหน่งหน้าซึ่งต่อยอดการพัฒนามาจากรุ่น AEX1500 ผสานเข้ากับปิ๊กอัพแบบเพียโซอิเล็กทริกที่บริเวณสะพานสาย

กีตาร์ไฟฟ้า AEX-500

กีตาร์ไฟฟ้า SGV800

กีตาร์รุ่นนี้เป็นโมเดลที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ด้วยการผสมผสานกลิ่นอายวินเทจเข้ากับความรู้สึกที่ทันสมัย มอบความเป็นต้นฉบับอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นรูปทรงบอดี้ สะพานสาย ปิ๊กอัพ ไปจนถึงปุ่มควบคุมต่างๆ

กีตาร์ไฟฟ้า SGV800

กีตาร์ไฟฟ้า AES620

โมเดลนี้โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ด้วยเส้นสายบอดี้ที่โฉบเฉี่ยว พร้อมรอยเว้าที่ประณีตงดงาม และยังมาพร้อมสะพานสายที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว สะท้อนถึงการมุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมอย่างไม่หยุดยั้งของ Yamaha

กีตาร์ไฟฟ้า AES620

RGXA2: ภายใต้ดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว กีตาร์รุ่นนี้มีน้ำหนักเบาอย่างน่าทึ่ง

โมเดลนี้ไม่เพียงแต่จะมีน้ำหนักที่เบาลงอย่างเห็นได้ชัด แต่ยังให้เสียงกังวานที่เต็มอิ่มจากดีไซน์ใหม่ พร้อมทั้งติดตั้งไฟ LED เพื่อแสดงสถานะการเลือกใช้งานปิ๊กอัพอีกด้วย โทนสีขาวสะท้อนถึงน้ำหนักที่เบา ภายใต้รูปลักษณ์อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ให้ความรู้สึกถึงกีตาร์ล้ำสมัยและเปี่ยมด้วยนวัตกรรม

RGXA2: ภายใต้ดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว กีตาร์รุ่นนี้มีน้ำหนักเบาอย่างน่าทึ่ง

SG1820: การกลับมาอย่างทันสมัยของซีรีส์ SG

โมเดลล่าสุดของซีรีส์ SG ที่ถูกปรับโฉมใหม่เพื่อมือกีตาร์ยุคปัจจุบัน โดยมีปิ๊กอัพให้เลือกถึง 3 รูปแบบ ได้แก่ Humbucker, P-90 หรือ Active เพื่อตอบโจทย์ทุกแนวเพลงตั้งแต่คลาสสิกไปจนถึงเฮฟวี่เมทัล คุณสมบัติเด่นอื่นๆ ได้แก่ การทำสีบอดี้ และอินเลย์บนฟิงเกอร์บอร์ดที่ออกแบบมาให้เหมาะสมกับแต่ละสไตล์

SG1820: การปรับโฉมให้ทันสมัยของซีรีส์ SG

กีตาร์ไฟฟ้าซีรีส์ REVSTAR รังสรรค์ด้วยดีไซน์ใหม่ล่าสุด

ซีรีส์ใหม่ล่าสุดจาก Yamaha ที่มาพร้อมเทลพีซ และฝาครอบปิ๊กอัพที่มีดีไซน์เฉพาะตัว ปิ๊กการ์ดผลิตจากวัสดุทองแดง และผิวสัมผัสแบบ Steel Wool ซึ่งเป็นการหลอมรวมปรัชญาการออกแบบรถมอเตอร์ไซค์คัสตอม เข้ากับความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีของญี่ปุ่นและงานฝีมืออันเลื่องชื่อของ Yamaha

กีตาร์ไฟฟ้าซีรีส์ REVSTAR รังสรรค์ด้วยดีไซน์ใหม่ล่าสุด

PAC612VIIFM

การปรับโฉม Pacifica ซึ่งเดิมทีถูกพัฒนาขึ้นเพื่อมือตอบโจทย์นักกีตาร์เซสชั่นในสหรัฐอเมริกา โมเดลนี้ใช้ปิ๊กอัพแบบ HSS ที่ให้โทนเสียงหลากหลายและใช้งานง่าย ให้ความแม่นยำของเสียง และความเสถียรของคีย์แม้จะใช้งานคันโยกอย่างหนักหน่วง จึงเหมาะสำหรับการเล่นดนตรีทุกแนว กีตาร์รุ่นนี้ได้รับคำชื่นชมเป็นวงกว้างในหมู่ศิลปินและนักดนตรีมืออาชีพ

PAC612VIIFM

การปรับโฉมครั้งใหญ่ของ REVSTAR

ซีรีส์ REVSTAR เจนเนอเรชั่นที่ 2 ได้รับแรงบันดาลใจมาจากรถมอเตอร์ไซค์สไตล์ Café Racer

นอกจากยังคงรักษาคอนเซปต์การออกแบบดั้งเดิมไว้ โมเดลนี้ยังให้โทนเสียงที่เต็มอิ่ม เพิ่มการกังวานของเสียง และลดน้ำหนักของตัวเครื่องผ่านกระบวนการ "Acoustic Design" ที่เป็นเอกสิทธิ์ของ Yamaha มาพร้อมฟีเจอร์ที่เป็นเอกลักษณ์ เช่น สวิตช์เลือกตำแหน่งปิ๊กอัพแบบ 5 ทาง และ Focus Switch ฯลฯ ที่ช่วยให้มือกีตาร์ปรับแต่งเสียงได้อย่างหลากหลาย

การปรับโฉมครั้งใหญ่ของ REVSTAR

PACP12/PACS+12

กีตาร์ซีรีส์ Pacifica ที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในกลุ่มมือกีตาร์ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของดนตรียุคใหม่

กีตาร์ระดับไฮเอนด์รุ่นนี้ได้หลอมรวมกระบวนการ "Acoustic Design" ที่เป็นเอกสิทธิ์ของ Yamaha ที่ช่วยเพิ่มการกังวานของเสียง เข้ากับปิ๊กอัพ "Reflectone" ที่พัฒนาขึ้นภายใต้ความร่วมมือกับ Rupert Neve Designs ปิ๊กอัพเหล่านี้ให้เสียงที่สมดุล พร้อมย่านเสียงต่ำที่ทรงพลังและย่านเสียงสูงที่ใสชัดเจน มอบพลังการถ่ายทอดอารมณ์ทางดนตรีและสัมผัสการเล่นที่ยอดเยี่ยมให้แก่ผู้เล่น

PACP12/PACS+12

เบสไฟฟ้า

SB-2: เบสไฟฟ้ารุ่นแรกของ Yamaha

เบสไฟฟ้ารุ่นแรกของ Yamaha ที่เปิดตัวในเดือนเมษายน ปี 1966 เริ่มแรกโดมเดลดังกล่าวใช้ชื่อรุ่นว่า B201 ก่อนจะเปลี่ยนเป็น SB-2 ในอีกหนึ่งเดือนต่อมา ซึ่งเป็นชื่อเดียวกับกีตาร์ไฟฟ้ารุ่นแรกของเรา โดยมีความยาวสเกลอยู่ที่ 850 มม. (33-1/2 นิ้ว)

SB-2: เบสไฟฟ้ารุ่นแรกของ Yamaha

เบสไฟฟ้า SB-7A

กีตาร์เบสรุ่นท็อปของ Yamaha ที่มีรูปทรงบอดี้คล้ายกับรุ่น SG-7 โดยมีความยาวสเกลอยู่ที่ 800 มม. (31-1/2 นิ้ว) ซึ่งสั้นกว่ารุ่น SB-2

เบสไฟฟ้า SB-7A

เบสไฟฟ้า BB-1200

ศิลปินมากมายเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ซีรีส์ BB ของเรา ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกในปี 1977 และยังคงได้รับความนิยมจนถึงปัจจุบัน มาพร้อมฟีเจอร์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่ว่าจะเป็นปิ๊กอัพแบบ Split ที่ไม่เหมือนใคร โดยปิ๊กอัพสำหรับสาย D และ G จะอยู่ใกล้คอ ส่วนปิ๊กอัพสำหรับสาย E และ A จะอยู่ใกล้สะพานสาย รวมถึงชุดลูกบิดที่สามารถปรับจูนได้อย่างแม่นยำสูง รุ่น BB-1200 ที่มาพร้อมดีไซน์แบบคอทะลุ (Through neck) คือโมเดลระดับท็อปของ Yamaha ในขณะนั้น

เบสไฟฟ้า BB-1200

BB-2000: เบสแบบ Neck-through ที่ครองใจผู้เล่นจำนวนมาก

ในปี 1978 การเพิ่มรุ่น BB-2000 ในไลน์ผลิตภัณฑ์ของ Yamaha ได้ยกระดับมาตรฐานของกีตาร์เบสไปอีกขั้น โดยใช้ดีไซน์แบบคอทะลุเหมือนกับรุ่น BB-1200 และเสริมด้วยปิ๊กอัพแบบแท่งแม่เหล็ก (Bar magnet) ในตำแหน่งสะพานสาย โมเดลนี้ได้รับความนิยมอย่างสูงจากผู้เล่นหลากหลายกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นศิลปินแนวแจ๊สฟิวชั่น ไปจนถึงร็อคและป๊อป

BB-2000: เบสแบบ Neck-through ที่ครองใจผู้เล่นจำนวนมาก

เบสไฟฟ้า BB-3000

โมเดลที่ดีที่สุดในคลาสนี้ได้ยกระดับ BB-2000 ไปอีกขั้น ด้วยรูปทรงคอที่เพรียวบางและบอดี้ที่มีรอยเว้า (Cutaway) ช่วยให้ผู้เล่นเข้าถึงเฟรตลึกๆ ได้ง่ายขึ้น ปิ๊กอัพแบบ Split ที่ปรับโฉมใหม่นี้ถูกจัดวางโครงสร้างในรูปแบบย้อนกลับ เมื่อเทียบกับรุ่นอื่นๆ ในซีรีส์ BB โดยตำแหน่งปิ๊กอัพของสาย E และ A จะถูกเลื่อนให้เข้าใกล้คอมากขึ้น

เบสไฟฟ้า BB-3000

BB-5000: เบส 5 สายรุ่นแรกของ Yamaha

เบส 5 สายรุ่นแรกของ Yamaha แม้จะมีราคาสูงกว่ารุ่น BB-3000 แต่ในขณะนั้นยังมีเบส 5 สายที่ผลิตแบบจำนวนมาก (Mass production) คุณภาพสูงอยู่เพียงไม่กี่รุ่น โมเดลนี้จึงเป็นตัวเลือกของผู้เล่นจำนวนมาก

BB-5000: เบส 5 สายรุ่นแรกของ Yamaha

เบสไฟฟ้า MB-I

ในปี 1985 ซีรีส์ MB ซึ่งเป็นเบสแบบความยาวสเกลปานกลาง ( 820 มม.) ได้รับการเปิดตัวสู่ตลาดเป็นครั้งแรก โมเดล MB-I ได้สะท้อนให้เห็นถึงความคิดริเริ่มสร้างสรรค์อย่างเต็มเปี่ยม ผ่านการออกแบบส่วนหัว ปิ๊กอัพ และสะพานสาย

เบสไฟฟ้า MB-I

เบสไฟฟ้า RBX-800

ผลิตภัณฑ์ซีรีส์ RBX ซึ่งมาพร้อมกับดีไซน์หัวกีตาร์แบบ 3 มิติเปิดตัวเป็นครั้งแรกในปี 1986 พร้อมกับกีตาร์ไฟฟ้าซีรีส์ RGX รุ่นใหม่ ดีไซน์ที่ทันสมัยนี้มาพร้อมบอดี้ที่มีรอยเว้าลึก (Cutaway) ข้อต่อส่วนคอกีตาร์ที่ช่วยให้เล่นได้อย่างลื่นไหล และสะพานสายที่มาพร้อมจูนเนอร์แบบละเอียด

เบสไฟฟ้า RBX-800

Attitude Limited รุ่นซิกเนเจอร์ของ Billy Sheehan

Attitude Limited คือรุ่นซิกเนเจอร์ที่เกิดจากความร่วมมือระหว่าง Yamaha และ Billy Sheehan โดยถอดแบบสเป็คเดียวกันกับเบสรุ่นสคัสตอมที่ Billy ใช้งานจริง นับตั้งแต่รุ่นแรกที่เปิดตัว เราไม่เคยเปลี่ยนแปลงสเป็กเหล่านี้เลย ไม่ว่าจะเป็นปิ๊กอัพแบบ “Woofer” ที่อยู่ใกล้ส่วนคอ ช่องต่อสัญญาณออกแบบสเตอริโอ ขนาดลวดเฟรตที่แตกต่างกันตามตำแหน่ง และฟิงเกอร์บอร์ดแบบขุดเว้าที่กว้าง

Attitude Limited รุ่นซิกเนเจอร์ของ Billy Sheehan

TRB Custom: เบส 6 สายรุ่นแรกของ Yamaha

เบส 6 สายที่มาพร้อมโครงสร้างคอทะลุ (Neck-through) แบบหลายชั้น และฟิงเกอร์บอร์ดที่ทำจากเรซินอีโบนอล โมเดลรุ่นท็อปของคลาสนี้มาพร้อมปิ๊กอัพเปียโซแบบติดตั้งในสะพานสาย ช่วยให้ศิลปินสามารถรังสรรค์โทนเสียงที่หลากหลายได้ตามต้องการ

TRB Custom: เบส 6 สายรุ่นแรกของ Yamaha

เบสไฟฟ้า TRB-6P

TRB-6P โดดเด่นด้วยโครงสร้างคอทะลุที่ทำจากไม้เมเปิลและมะฮอกกานี 5 ชิ้น (แบบเดียวกับรุ่น TRB Custom) เสริมด้วยฟิงเกอร์บอร์ดไม้เอโบนี ในขณะที่ส่วนบอดี้จะถูกประกบเข้ากับคอจากทางด้านข้าง

เบสไฟฟ้า TRB-6P

BB-NE รุ่นซิกเนเจอร์ของ Nathan East

รุ่นซิกเนเจอร์ที่เกิดจากความร่วมมือระหว่าง Yamaha และ Nathan East โดดเด่นด้วยไม้หน้าบอดี้ทำจากเมเปิลที่งดงาม พร้อมโครงสร้างคอไม้เมเปิลแบบยึดด้วยหมุด โทนเสียงที่มีมิติและลุ่มลึก รังสรรค์ขึ้นจากปิ๊กอัพออริจินัลพร้อมคอยล์ตัดเสียงฮัม และ EQ 3 แบนด์ นอกจากนี้ยังมีรุ่น BB-NE SELECTED ที่เลือกใช้ไม้เมเปิลลายพิเศษที่หาได้ยากมาทำเป็นส่วนหน้าของบอดี้

BB-NE รุ่นซิกเนเจอร์ของ Nathan East

TRB-JP รุ่นซิกเนเจอร์ของ John Patitucci

ภายใต้การทำงานร่วมกันกับ John Patitucci ทำให้เกิดเป็นกีตาร์รุ่นซิกเนเจอร์ที่ให้การตอบสนองที่กระชับแม่นยำ ด้วยบอดี้โครงสร้าง 4 ชั้น (ไม้เมเปิล แอช อัลเดอร์ และเมเปิล) เสริมด้วยคอกีตาร์แบบ Bolt-on และปิ๊กอัพแบบ Double coil ที่มีเสียงรบกวนต่ำ ตอบโจทย์ด้วยสเป็คในระดับมืออาชีพ เพื่อประสิทธิภาพการทำงานที่ยอดเยี่ยม แม้ในสภาพแวดล้อมที่หนักหน่วง

TRB-JP รุ่นซิกเนเจอร์ของ John Patitucci

ระบบการสั่งทำแบบ Semi Order สำหรับซีรีส์ BB ตอบสนองความต้องการที่ละเอียดอ่อนและเฉพาะตัวที่สุดของเหล่านักดนตรี

ระบบการสั่งทำแบบ Semi Order ที่ยืดหยุ่นนี้ช่วยให้ผู้เล่นสามารถกำหนดรายละเอียดสเป็คได้ตามความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นวัสดุบอดี้ วัสดุฟิงเกอร์บอร์ด เฟรต สีสัน และส่วนประกอบอื่นๆ

ระบบการสั่งทำแบบ Semi Order สำหรับซีรีส์ BB ตอบสนองความต้องการที่ละเอียดอ่อนและเฉพาะตัวที่สุดของเหล่านักดนตรี

เบสไฟฟ้า SBV500

ซีรีส์ SBV คือการปรับโฉมครั้งใหญ่ โดยนำรุ่น SB-7A จากยุค 1960 มาปรับโฉมใหม่ในเวอร์ชันที่ทันสมัย พร้อมรุ่นย่อยที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น SBV500, 800MF, J1 และ J2 ซึ่งได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในหมู่มือเบสชาวญี่ปุ่น

เบสไฟฟ้า SBV500

เบสไฟฟ้า BB2024X

BB2024X ถูกออกแบบมาเพื่อดนตรีร็อคโดยเฉพาะ ผลิตภัณฑ์ซีรีส์นี้โดดเด่นด้วยโครงสร้างแบบ Spline Joint ผสมผสานกับเทคโนโลยี A.R.E. เพื่อดึงเอกลักษณ์เฉพาะตัวของไม้ที่ใช้ทำเครื่องดนตรีออกมาได้อย่างเต็มที่ ให้เสียงกังวานจากบอดี้ที่เปี่ยมเสน่ห์เหมือนเบสวินเทจที่ผ่านการใช้งานมาอย่างยาวนานหลายปี ในฐานะเป็นที่สุดของซีรีส์ BB โมเดลนี้มุ่งมั่นพัฒนาเสียงแบบ Bolt-on และ Passive อย่างไม่หยุดยั้ง โดยผสานการร้อยสายผ่านบอดี้เข้ากับสะพานสายที่วางมุมสายไว้ที่ 45 องศา เพื่อให้เกิดการสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งบอดี้

เบสไฟฟ้า BB2024X

ซีรีส์ TRBX เบสแบบแอคทีฟรุ่นใหม่ในขนาดบอดี้ที่กะทัดรัด

เบสแบบแอคทีฟที่มีบอดี้ขนาดกะทัดรัดและน้ำหนักเบา เพื่อความคล่องตัวในการเล่น มาพร้อมปิ๊กอัพที่ทรงพลังและปรีแอมป์สำหรับการปรับแต่งเสียงที่หลากหลาย ตอบโจทย์สไตล์การเล่นในทุกแนวเพลง ผลิตภัณฑ์รุ่น 305/304 มี EQ สำหรับเลือกค่าพารามิเตอร์เสียงที่เหมาะสมกับการเล่นได้ทันที ในขณะที่รุ่น 505/504 มี EQ 3 แบนด์สำหรับสลับระหว่างวงจร แอคทีฟเพื่อการปรับจูนเสียงที่ละเอียด หรือวงจรพาสซีฟเพื่อให้ได้โทนเสียงที่เป็นธรรมชาติ มาพร้อมไฟแสดงสถานะแบตเตอรี่ในตัว ช่วยให้ผู้ใช้งานทราบได้ทันทีเมื่อถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่

ซีรีส์ TRBX เบสแบบแอคทีฟรุ่นใหม่ในขนาดบอดี้ที่กะทัดรัด

การเปลี่ยนโฉมใหม่ของซีรีส์ BB

ซีรีส์ BB ระดับตำนานที่ครองใจมือเบสมากมายถูกปรับโฉมใหม่ทั้งหมดเป็นครั้งแรกในรอบ 7 ปี Yamaha ได้นำฟีดแบ็คจากศิลปินมาวิเคราะห์และปรับปรุงทั้งรูปทรงบอดี้ โครงสร้าง และอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ใหม่ แนวคิดใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นบอดี้แบบ 3 ชั้น การยึดด้วยไม้บากเฉียง 45 องศา และสะพานสายแบบปรับเปลี่ยนได้ ฯลฯ เมื่อผสานกับปิ๊กอัพรุ่นใหม่ ช่วยให้ได้เสียงที่ใสชัดเจนและทรงพลัง ไม่ว่าจะใช้งานบนเวทีคอนเสิร์ต หรือ ในสตูดิโอ

การเปลี่ยนโฉมใหม่ของซีรีส์ BB

TRBX604FM/605FM

อีกหนึ่งทางเลือกจากซีรีส์ TRBX แบบแอคทีฟที่สามารถปรับแต่งโทนเสียงได้อย่างหลากหลาย บอดี้ไม้เฟลมทำจากไม้เมเปิลประกบอัลเดอร์ พร้อมดีไซน์ขอบโค้งมนแบบ 3 มิติ มอบโทนเสียงที่หนักแน่นและรูปลักษณ์ที่สะดุดตา

TRBX604FM/605FM

BBPH รุ่นซิกเนเจอร์ของ Peter Hook

รุ่นซิกเนเจอร์ของ Peter Hook ที่พัฒนาต่อยอดมาจากรุ่น BB734A ที่ Peter Hook ใช้งานจริงอยู่ในปัจจุบัน ผสมผสานฟีเจอร์ที่ทันสมัยเข้ากับจิตวิญญาณของรุ่น BB1200 ซึ่งเป็นเบสตัวโปรดตลอดกาลของเขา รุ่น Limited Edition ที่สะท้อนถึงสไตล์และสุ้มเสียงอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ Peter Hook

BBPH รุ่นซิกเนเจอร์ของ Peter Hook

ATTLTD 30TH

Attitude 30th – Billy Sheehan Signature Anniversary Model คือรุ่นเฉลิมฉลองครบรอบ 30 ปีของซีรีส์ Attitude ของ Billy Sheehan โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากเบสคัสตอมตัวโปรดของเขาที่ชื่อว่า “The Wife” โมเดลนี้มาพร้อมรายละเอียดดีไซน์สุดพิเศษ และสเป็คซิกเนเจอร์รุ่น imited Edition

ATTLTD 30TH

แอปและอุปกรณ์เสริม

No. 250/500: แอมป์กีตาร์รุ่นแรกของ Yamaha

แอมป์กีตาร์รุ่นแรกของ Yamaha เปิดตัวครั้งแรกในปี 1966 ประกอบด้วยแอมป์คอมโบสองรุ่น คือ ขนาด 25 วัตต์ และ 50 วัตต์ ซึ่งภายหลังได้เปลี่ยนรหัสรุ่นจาก No. 250 เป็น TA25 และจาก No. 500 เป็น TA50

No. 250/500: แอมป์กีตาร์รุ่นแรกของ Yamaha

แอมป์กีตาร์ซีรีส์ TA

โมเดลใหม่ของแอมป์กีตาร์รุ่นแรกจาก Yamaha ได้แก่รุ่น No. 250 (TA25) และ No. 500 (TA50) แอมป์คอมโบเหล่านี้มีความโดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ด้วยฝาครอบลำโพง

แอมป์กีตาร์ซีรีส์ TA

ซีรีส์ YTA: แอมป์รุ่นแรกของ Yamaha ที่ใช้โครงสร้างแบบแยกส่วน

แอมป์กีตาร์รุ่นแรกของ Yamaha ที่มีการติดตั้งเพาเวอร์แอมปลิฟลายเออร์ไว้ภายในหัวแอมป์ ในขณะที่หัวแอมป์ประเภทอื่นๆ ในยุคนั้นจะเป็นเพียงปรีแอมป์เท่านั้น โดยเพาเวอร์แอมปลิฟลายเออร์จะถูกติดตั้งไว้ในตู้ลำโพงแทน

ซีรีส์ YTA: แอมป์รุ่นแรกของ Yamaha ที่ใช้โครงสร้างแบบแยกส่วน

แอมป์กีตาร์ซีรีส์ J

แอมป์กีตาร์ซีรีส์ J ถูกปรับแต่งมาเพื่อตลาดญี่ปุ่นโดยเฉพาะ มาพร้อมฟีเจอร์ที่ปฏิวัติวงการในขณะนั้น ไม่ว่าจะเป็นแอมป์รุ่นที่มีช่องเสียบหูฟัง และแอมป์กีตาร์เบส ฯลฯ ซีรีส์นี้เป็นที่นิยมจนมีรุ่นย่อยรวมกันมากกว่า 20 รุ่น

แอมป์กีตาร์ซีรีส์ J

แอมป์กีตาร์ซีรีส์ F

แอมป์ Solid state ถือเป็นผลงานชิ้นเอกของ Yamaha โมเดลต่างๆ ประกอบด้วยรุ่นย่อยที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดค่าแบบ 2 แชนเนล รุ่นที่มี Parametric Equalizer ไปจนถึงโมเดลประเภทหัวแอมป์

แอมป์กีตาร์ซีรีส์ F

แอมป์กีตาร์ซีรีส์ JX

โมเดลผลิตภัณฑ์ในซีรีส์ JX นี้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้ในยุคนั้นด้วยการควบคุมที่ยืดหยุ่น ไม่ว่าจะเป็น ปุ่ม Master Volume และปุ่มควบคุมเสียงแตก ฯลฯ

แอมป์กีตาร์ซีรีส์ JX

ซีรีส์ PSE: แป้นเอฟเฟกต์รุ่นแรกของ Yamaha

แป้นเอฟเฟกต์รุ่นแรกของ Yamaha เปิดตัวพร้อมกับบอร์ดควบคุมระบบรุ่น SB200 ซึ่งออกแบบมาเพื่อผสมผสานการใช้งานเอฟเฟกต์ได้ถึง 12 แบบ

ซีรีส์ PSE: แป้นเอฟเฟกต์รุ่นแรกของ Yamaha

แอมป์กีตาร์ซีรีส์ VX

แอมป์กีตาร์ซีรีส์ VX มาพร้อมไลน์ผลิตภัณฑ์แอมป์คอมโบที่มีให้เลือกใช้งานมากมาย ตั้งแต่กำลังขับ 15 วัตต์ไปจนถึง 65 วัตต์ รวมถึงมีโมเดลสำหรับกีตาร์เบสอีกด้วย

แอมป์กีตาร์ซีรีส์ VX

บอร์ดควบคุมระบบ PSE-40A

แป้นเอฟเฟกต์แบบก้อน 10 แป้น พร้อมบอร์ดควบคุมระบบสำหรับการเชื่อมต่อและควบคุมเอฟเฟกต์ รองรับการเชื่อมต่อแบบสเตอริโอ

บอร์ดควบคุมระบบ PSE-40A

แป้นเอฟเฟกต์ซีรีส์ SDS

การเปิดตัวซีรีส์ SDS ถือเป็นการพัฒนาต่อยอดจากรุ่น PSE โดยมีการเพิ่มซีรีส์ SDS Professional และ New SDS เข้ามาในไลน์ผลิตภัณฑ์ ในท้ายที่สุด ไลน์ผลิตภัณฑ์นี้มีจำนวนรุ่นย่อยรวมกันถึง 27 รุ่น

แป้นเอฟเฟกต์ซีรีส์ SDS

แอมป์กีตาร์ซีรีส์ HR

ซีรีส์ HR ที่มีขนาดกะทัดรัดนั้นสามารถทำราคาได้ย่อมเยา และเป็นแอมป์ที่ตอบโจทย์กระแสความหลงใหลในซาวด์ที่หนักหน่วงของวงการดนตรีในยุคนั้นได้เป็นอย่างดี

แอมป์กีตาร์ซีรีส์ HR

แอมป์กีตาร์ซีรีส์ VR

ซีรีส์ VR Series ได้นำคอนเซปต์ของซีรีส์ F มาต่อยอด โดยปรับให้ระบบ 2 แชนเนลกลายเป็นมาตรฐาน และนำเสนอดีไซน์ที่ล้ำสมัย ซึ่งจะรวมถึงโมเดลที่รองรับการเชื่อมต่อแบบสเตอริโอ

แอมป์กีตาร์ซีรีส์ VR

แอมป์กีตาร์ซีรีส์ AR

ซีรีส์ AR ช่วยยกระดับการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์เสริมต่างๆ ด้วยช่องต่อ RecOut, FX Loop และ Aux ดีไซน์ตู้ลำโพงที่มีด้านหน้าเอียง คือ เอกลักษณ์การออกแบบที่โดดเด่นของของแอมป์ซีรีส์นี้

แอมป์กีตาร์ซีรีส์ AR

แอมป์กีตาร์ซีรีส์ SR

เพื่อตอบสนองต่อเทรนด์ของอุปกรณ์กีตาร์ในปี 1991 Yamaha ได้เปิดตัวหัวแอมป์แบบติดตั้งในแร็ค หัวแอมป์ขนาด 300 วัตต์รุ่นนี้มีกำลังขับที่ค่อนข้างสูงมากเมื่อเทียบกับมาตรฐานในยุคนั้น นอกจากนี้ เรายังได้เปิดตัวตู้ลำโพงรุ่นเฉพาะสำหรับใช้งานร่วมกันในเวลาเดียวกัน

แอมป์กีตาร์ซีรีส์ SR

แอมป์กีตาร์ซีรีส์ T

แอมป์หลอดเหล่านี้คือโปรเจกต์ที่ Yamaha ทำร่วมกับ Michael J. Soldano โดยอัดแน่นด้วยฟีเจอร์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น การใช้หลอด 12AX7A ถึง 7 หลอดในส่วนของปรีแอมป์ ฯลฯ

แอมป์กีตาร์ซีรีส์ T

ซีรีส์ DG: แอมป์ระบบ Digital Modeling รุ่นแรกของ Yamaha

แอมป์ระบบ Digital Modeling รุ่นแรกของ Yamaha ที่ใช้ชิปประมวลผลแทนการทำงานแบบเฉพาะตัวของหลอดแอมป์ เพื่อถ่ายทอดสุ้มเสียงที่หลากหลายออกมา สเป็คต่างๆ ประกอบด้วยเทคโนโลยีด้านดิจิตอล เช่น การตั้งค่าพรีเซ็ต หน่วยความจำสำหรับผู้ใช้ และการเชื่อมต่อ MIDI ในขณะที่ระบบควบคุมต่างๆ จะใช้ปุ่มปรับแบบมีมอเตอร์ ซีรีส์นี้ยังคงได้รับความสนใจอย่างมากมาจนถึงทุกวันนี้

ซีรีส์ DG: แอมป์ระบบ Digital Modeling รุ่นแรกของ Yamaha

DG-STOMP

DG Stomp คือปรีแอมป์กีตาร์ดิจิตอลที่ล้ำสมัย โดยการนำพลังและประสิทธิภาพของแอมป์ตระกูล DG มาใส่ไว้ในดีไซน์แบบก้อน (Stomp box) ที่แข็งแรงทนทาน โดยสามารถใช้งานได้ทั้งในรูปแบบของปรีแอมป์จำลองเสียง หรือแป้นมัลติเอฟเฟกต์

DG-STOMP

AG-STOMP

แป้นปรีแอมป์สำหรับกีตาร์อะคูสติก โดดเด่นด้วยระบบจำลองเสียงไมโครโฟน และระบบลดเสียงสะท้อนอัตโนมัติ เพื่อให้ได้เสียงที่ดูเป็นธรรมชาติยิ่งขึ้นจากกีตาร์อะคูสติกไฟฟ้า แม้จะหยุดไลน์การผลิตไปแล้ว แต่ยังมีผู้สนใจผลิตภัณฑ์ซีรีส์นี้จำนวนมากจวบจนถึงปัจจุบัน

AG-STOMP

UD-STOMP

Modulation Delay แบบ 8 แบนด์ที่ควบคุมการผลิตโดย Allan Holdsworth ฟีเจอร์ที่โดดเด่นที่สุดคือดีเลย์ในตัวถึง 8 ชุด ซึ่งสามารถควบคุมแยกจากกันได้อย่างอิสระ

UD-STOMP

แอมป์เบสซีรีส์ BBT

แอมป์กีตาร์เบสระบบดิจิตอลเต็มรูปแบบรุ่นแรกของ Yamaha นี้มาพร้อมขนาดที่กะทัดรัดและกำลังขับ 500 วัตต์ ด้วยแอมป์ Class-D

แอมป์เบสซีรีส์ BBT

MAGIC-STOMP

เอฟเฟกต์แบบก้อนที่รวบรวมเสียงเอฟเฟกต์จากรุ่นอื่นๆ ของซีรีส์ STOMP และ SPX มารวมไว้ในเครื่องเดียว ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับคำชื่นชมอย่างสูงในเรื่องเอฟเฟกต์ประเภท Modulation และ Delay

MAGIC-STOMP

แอมป์ตั้งโต๊ะซีรีส์ THR

แอมป์กีตาร์แบบตั้งโต๊ะที่พัฒนาขึ้นภายใต้คอนเซปต์ "แอมป์ตัวที่สาม" ด้วยระบบดิจิตอลที่ให้ไดนามิกและการตอบสนองใกล้เคียงกับแอมป์หลอด แม้จะเปิดใช้งานในระดับเสียงเบา แอมป์ซีรีส์ THR ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามด้วยรูปลักษณ์และกลิ่นอายแบบเรโทร พร้อมด้วยคุณภาพเสียงที่เหนือระดับ

แอมป์ตั้งโต๊ะซีรีส์ THR

หัวแอมป์กีตาร์ซีรีส์ THR Head

ซีรีส์ THR Head คือการนำคอนเซปต์ของ THR มาพัฒนาในรูปแบบหัวแอมป์ แอมป์ดิจิตอลเหล่านี้ยังคงปุ่มควบคุมที่เรียบง่ายไว้ และนำเสนอดีไซน์ที่จะช่วยให้มือกีตาร์สามารถสร้างสรรค์เสียงได้ตามต้องการ เทคโนโลยีใหม่ของเพาเวอร์แอมป์นี้มอบช่วงไดนามิกที่กว้างและความดันเสียงที่ใกล้เคียงกับแอมป์หลอด ให้การตอบสนองและความหลากหลายของเสียงเมื่อเล่นด้วยสไตล์การเล่นแบบเกากีตาร์ จากตัวบอดี้กีตาร์ และปิ๊กอัพออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม

หัวแอมป์กีตาร์ซีรีส์ THR Head

Session Cake

แอมป์หูฟังแบบใหม่สำหรับเครื่องดนตรีนี้โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่เรียบง่ายและขนาดกะทัดรัด เหมาะสำหรับการใช้งานส่วนตัว อีกทั้งยังสามารถใช้เป็นมิกเซอร์สำหรับการซ้อม เมื่อเชื่อมต่อเครื่องดนตรีหลายชิ้นเข้าด้วยกัน

Session Cake

THR-II

ซีรีส์ THR ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกในปี 2011 ในฐานะเป็น "แอมป์ตั้งโต๊ะ" รุ่นแรกของโลกได้รับการปรับโฉมเป็นครั้งแรกในรอบ 8 ปี

ซีรีส์ THR-II ที่ปรับโฉมใหม่นี้ให้คุณภาพเสียงที่ดียิ่งขึ้น มากพร้อมรุ่นย่อยที่หลากหลายกว่าเดิม ฟังก์ชันการเชื่อมต่อ Bluetooth การใช้งานร่วมกับแอปพลิเคชันต่างๆ ดีไซน์ที่สวยงามและใช้งานง่าย พร้อมทั้งฟังก์ชันไร้สายเต็มรูปแบบ ฟีเจอร์หล่านี้ทำให้ผลิตภัณฑ์ซีรีส์นี้เป็นที่ชื่นชอบในหมู่มือโปรระดับแถวหน้าและมือกีตาร์จำนวนมากทั่วโลก

THR-II

แอมป์กีต้าร์ THR30IIA Wireless

THR30II Wireless ยังคงความโดดเด่นด้านฟังก์ชันไร้สายและรูปลักษณ์ที่เป็นเอกลักษณ์เอาไว้ แต่ยังมีการอัปเดตเพื่อมอบคุณภาพเสียงที่เหมาะสมที่สุดสำหรับกีตาร์อะคูสติก

โมเดลนี้มาพร้อมฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่ออกแบบมาเพื่อเหล่านักร้องและนักแต่งเพลงโดยเฉพาะ อย่างเช่น ช่องเสียบไมโครโฟน ฯลฯ ซึ่งทำให้รุ่นนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการแสดงในสไตล์อะคูสติก

แอมป์กีตาร์ THR30IIA Wireless

YH-WL500

หูฟังสเตอริโอไร้สายที่ออกแบบมาเพื่อนักดนตรีโดยเฉพาะ โดยมีความหน่วงของสัญญาณในระดับที่ต่ำเป็นพิเศษ คือน้อยกว่า 0.004 วินาที ด้วยการใช้เทคโนโลยีที่เป็นเอกสิทธิ์ของ Yamaha หูฟังรุ่นนี้ให้การรับส่งสัญญาณสเตอริโอความเร็วสูง ทำให้มั่นใจได้ถึงประสบการณ์การเล่นที่ราบรื่นและตอบสนองได้อย่างฉับไวโดยไม่ต้องกังวลเรื่องสายเคเบิล

YH-WL500

THR30II Wireless TAK MATSUMOTO

THR30II Wireless TAK MATSUMOTO เป็นรุ่นที่พัฒนาต่อยอดมาจากรุ่น THR30II Wireless โดยมาพร้อมสุ้มเสียงที่คัดสรรมาเป็นพิเศษโดยมือกีตาร์ Takahiro Matsumoto

โมเดลนี้ประกอบด้วยพรีเซ็ต 5 แบบที่รังสรรค์โดย Takahiro Matsumoto และพรีเซ็ตเพิ่มเติมอีกกว่า 30 แบบที่จำลองโทนเสียงกีตาร์อันเป็นเอกลักษณ์ของเขาหรือที่รู้จักกันในชื่อ "TAK TONE" นอกจากนี้ยังมีดีไซน์ที่เรียบหรูด้วยโลโก้ "House Of Strings" และตราสัญลักษณ์ตัวอักษร "玲" (Rei)

THR30II Wireless TAK MATSUMOTO

YW10T

YW10T เป็นเครื่องส่งสัญญาณไร้สายที่จะทำให้คุณเพลิดเพลินไปกับการเล่นแบบไร้สายได้เมื่อจับคู่กับแอมป์ไร้สายรุ่น THR-II และผลิตภัณฑ์กลุ่ม Line 6 ที่รองรับการทำงาน

YW10T

ผลิตภัณฑ์กีตาร์อื่นๆ

to page top

Select Your Location