รุ่นในประเทศ : การเปิดรับวัฒนธรรมทางดนตรีที่หลากหลาย

การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อรองรับและขับเคลื่อนอัตลักษณ์ดนตรีท้องถิ่น

ในช่วงทศวรรษ 1980 เทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์ได้พัฒนาไปอย่างก้าวกระโดด พร้อมๆ กับที่ฟังก์ชัน MIDI เริ่มถูกกำหนดให้เป็นมาตรฐานบนเครื่องดนตรีคีย์บอร์ดแบบพกพา นั่นแสดงว่า เมื่อเวลาผ่านไป ความสามารถในการทำงานของแต่ละผลิตภัณฑ์ก็เพิ่มขึ้น หนึ่งในความก้าวหน้าคือ ฟังก์ชันปรับจูนสเกล ที่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้สามารถเล่นสเกลที่นอกเหนือไปจากสเกลที่มีเซมิโทน 12 ตัว เดิมที เครื่องดนตรีดิจิตอลถูกออกแบบโดยยึดตามระบบเสียงเท่า (Equally tempered scale) ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ใช้กับเปียโนและเครื่องดนตรีสากลอื่นๆ แต่ผลจากการวิจัยได้เปิดเผยว่า วัฒนธรรมดนตรีทั่วโลกใช้ระบบสเกลที่หลากหลาย ซึ่งแตกต่างจากระบบเสียงเท่ามาตรฐาน 12 เสียง สเกลเหล่านี้ประกอบด้วยช่วงคู่เสียงที่มีขนาดเพียงครึ่งหนึ่งของเซมิโทนปกติ ซึ่งโดยทั่วไปจะเรียกช่วงคู่เสียงเหล่านี้ว่า 'ไมโครโทน’ ในโลกดนตรีตะวันออกกลาง มีสเกลที่เรียกว่า “มะกอม” (Maqam) ซึ่งลักษณะเด่นคือการใช้ระดับเสียงหนึ่งในสี่ (quarter tone) เนื่องจากสเกลเหล่านี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อใช้กับเครื่องดนตรีประเภทเครื่องสายเป็นสำคัญ ในลำดับต่อไป เราจะขอใช้กีตาร์เป็นกรณีศึกษาเพื่อทำความเข้าใจ

โน้ตที่เล่นบนเฟรตที่ 12 ของกีตาร์ จะมีระดับเสียงสูงกว่าโน้ตสายเปล่าของสายเดียวกันหนึ่งออกเทฟ หากพิจารณาความยาวของสายกีตาร์เต็มเส้น เมื่อแบ่งออกเป็นสี่ส่วนเท่ากัน ตำแหน่งเฟรตที่ 5 จะอยู่ ณ จุดสามในสี่ส่วน และโน้ตที่ได้จากการกดเฟรตที่ 5 จะมีระดับเสียงสูงกว่าโน้ตสายเปล่าอยู่สี่ขั้นคู่เสียง บนกีตาร์มาตรฐาน เฟรตจำนวนห้าตำแหน่งถูกกำหนดระยะห่างไว้อย่างไม่เท่ากัน ภายในช่วงคู่เสียงคู่สี่สมบูรณ์นี้ เพื่อให้เกิดระดับเสียงที่มีระยะห่างเป็นเซมิโทน (Semitone) ตามสเกล 12 เสียง แล้วถ้าเราพิจารณาจุดกึ่งกลางที่อยู่ระหว่างเฟรตที่ 1 และเฟรตที่ 5 ซึ่งเทียบเท่ากับ 7/8 ของความยาวสายทั้งหมด จะเกิดผลทางเสียงอย่างไร จุดดังกล่าวจะอยู่กึ่งกลางระหว่างเฟรตที่ 2 และเฟรตที่ 3 บนคอกีตาร์มาตรฐาน หรืออีกนัยหนึ่ง ระดับเสียงที่เกิดขึ้นจากการแบ่งความยาวสายออกเป็น 1/2, 1/4และ 1/8 (ตามลำดับ) ซึ่งจะเป็นระดับเสียงที่แตกต่างจากระบบเสียงเท่ามาตรฐาน 12 เสียงที่นิยมใช้ในปัจจุบัน วัฒนธรรมดนตรีในแถบตะวันออกกลางใช้ระดับเสียงที่อยู่นอกเหนือจากสเกลที่มีเซมิโทน 12 ตัว ดังนั้น เครื่องดนตรีตะวันตกที่ถูกปรับตั้งตามระบบนี้จึงไม่สามารถใช้บรรเลงเพลงเหล่านั้นได้อย่างสมบูรณ์ เครื่องดนตรีดิจิตอลได้เข้ามามีบทบาทในจุดนี้ เนื่องจากมีความยืดหยุ่นสูงในการปรับตั้งเสียง และสามารถเลียนแบบเสียงเครื่องดนตรีที่ใช้มาตราส่วนเสียงที่ไม่ใช่มาตรฐานได้ สิ่งนี้ได้ก่อให้เกิดกระแสความต้องการคีย์บอร์ดแบบพกพาที่มีความสามารถในการจำลองและสร้างสรรค์ดนตรีที่มีเอกลักษณ์ของชาติต่างๆ ทั่วโลกได้

คีย์บอร์ดรุ่น PSR-62 ซึ่งเปิดตัวในปี 1986 นับเป็นนวัตกรรมสำคัญที่มาพร้อมกับฟังก์ชันปรับจูนสเกล และได้รับการขนานนามว่าเป็นคีย์บอร์ดพกพาที่สามารถเล่นเพลงตามบันไดเสียงของตะวันออกกลาง ที่บริเวณด้านขวาบนของแผงควบคุมหลัก มีปุ่มสำหรับเข้าถึงฟังก์ชันปรับจูนสเกล โดยมีสัญลักษณ์เป็นภาพแป้นคีย์บอร์ดที่แสดงช่วงของโน้ตหนึ่งอ็อกเทฟ เมื่อกดปุ่มดังกล่าว ระบบจะลดระดับเสียงของโน้ตที่ถูกเลือก (แสดงด้วยไฟสว่าง) ลงเป็นเสียงควอเตอร์โทน โดยมีผลครอบคลุมโน้ตทั้งหมดตลอดช่วงอ็อกเทฟ ผู้ใช้สามารถใช้แถบเลื่อน FINE-TUNE เพื่อกำหนดระดับของการปรับลดเสียงให้มีความแม่นยำยิ่งขึ้น สำหรับการปรับจูนเสียงที่ละเอียดอ่อน ผู้ใช้สามารถจัดเก็บรูปแบบการปรับจูนเสียงได้สามแบบในหน่วยความจำของคีย์บอร์ด จึงช่วยให้สามารถเข้าถึงและเล่นมะกอม (Maqam) ซึ่งเป็นสเกลที่มีความหลากหลายได้อย่างครอบคลุม ความสามารถในการเปลี่ยนระบบการปรับตั้งเสียงและการปรับจูนละเอียด (Fine-tuning) ได้ทันทีในระหว่างการแสดงเป็นการตอกย้ำถึงเจตนารมณ์ของนักออกแบบ ที่ต้องการให้คีย์บอร์ดรุ่นนี้มีคุณสมบัติและประสบการณ์การใช้งานเทียบเท่าเครื่องดนตรีจริง PSR-62 ถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถันเพื่อรองรับการใช้งานร่วมกับเครื่องดนตรีตะวันออกกลางโดยเฉพาะ และความโดดเด่นของฟังก์ชันเหล่านี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยกระตุ้นความต้องการของตลาดและยอดจำหน่ายในภูมิภาค

  • ฟังก์ชันปรับจูนสเกลของ PSR-62

    ฟังก์ชันปรับจูนสเกลของ PSR-62
  • ฟังก์ชันปรับจูนสเกลของ PSR-64

    ฟังก์ชันปรับจูนสเกลของ PSR-64

ในปี 1990 ทางยามาฮ่าได้สานต่อความสำเร็จด้วยการเปิดตัว PSR-64 ซึ่งเป็นคีย์บอร์ดรุ่นที่สองที่พัฒนาขึ้นเพื่อรองรับตลาดดนตรีในภูมิภาคตะวันออกกลางโดยเฉพาะ ผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่นี้ได้เพิ่มสวิตช์แพดเครื่องเคาะจำนวนหกตำแหน่ง ติดตั้งไว้เหนือชุดแป้นคีย์บอร์ด ถึงแม้ว่าคีย์บอร์ดรุ่นก่อนหน้าจะมีฟังก์ชันให้ผู้ใช้กำหนดเสียงเพอร์คัสชัน PCM เข้ากับแป้นคีย์บอร์ด แต่การติดตั้งแพดร่วมกับปุ่ม Variation นั้น ได้ปลดล็อกความสามารถให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงและเล่นเสียงเครื่องเคาะที่แตกต่างกันถึง 30 รูปแบบได้ทันทีขณะบรรเลง เสียงเพอร์คัสชันที่อยู่ในคีย์บอร์ด ได้แก่ เสียง ทับลา (Tabla) เฟรมดรัม (Frame Drums) และอื่นๆ ซึ่งทำให้เครื่องดนตรีนี้ให้เสียงที่มีกลิ่นอายแบบตะวันออกกลางอย่างแท้จริง

  • PSR-64 (1990)

    PSR-64 (1990)
  • PSR-A3 (1995)

    PSR-A3 (1995)

ประวัติความสำเร็จอันโดดเด่นของผลิตภัณฑ์ซีรีส์ KB ในตลาดจีน”

รหัสผลิตภัณฑ์ KB ถูกนำมาใช้ครั้งแรกในปี 1988 โดยมีคีย์บอร์ดรุ่น KB-2000 เป็นรุ่นบุกเบิกของซีรีส์ผลิตภัณฑ์นี้ สองปีให้หลัง ยามาฮ่าดำเนินการก่อสร้างโรงงานในเทียนจินแล้วเสร็จ จากนั้นจึงเริ่มเดินสายการผลิตคีย์บอร์ดแบบพกพา โดยมุ่งเน้นการจำหน่ายในประเทศจีนเป็นเป้าหมายหลัก ผลิตภัณฑ์ KB ซีรีส์เป็นกลไกขับเคลื่อนสำคัญ ทำให้บริษัทเปิดตัวรุ่นใหม่ๆ อย่างต่อเนื่องสำหรับตลาดจีน โดยมีรุ่น KB-100 ในปี 1990 และ KB-200 ในปี 1991

  • ภาพคุณสมบัติ

การศึกษาด้านดนตรีในประเทศจีนเข้าสู่ยุคของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในปี 1986 เมื่อรัฐบาลกลางประกาศความตั้งใจที่จะผนวกการศึกษาด้านสุนทรียศาสตร์' (Aesthetic Education) ซึ่งครอบคลุมสาขาวิชาศิลปะต่างๆ เข้าเป็นนโยบายหลักด้านการศึกษาอย่างเป็นทางการ บริษัทยามาฮ่าได้ลงทุนในด้านการศึกษา โดยการเปิดหลักสูตรฝึกอบรมผู้สอนเครื่องดนตรีอิเล็กโทนในวิทยาลัยดนตรีหลายแห่งของจีนในช่วงกลางยุค 1980 โดยมีเป้าหมายให้ผู้จบหลักสูตรนำความรู้เกี่ยวกับการใช้ออร์แกนไฟฟ้าไปเผยแพร่ในสถาบันการศึกษาดนตรีทั่วประเทศ ในช่วงกระแสนั้น คีย์บอร์ดพกพาถูกมองว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการศึกษาดนตรีของเด็กเล็ก ทำให้ความนิยมพุ่งทะยานอย่างมาก เมื่อเทียบกับค่าครองชีพในจีนสมัยนั้น คีย์บอร์ดพกพามีราคาสูงลิบ ทำให้ผู้ปกครองต้องประหยัดอดออมเพื่อซื้อมาให้บุตรหลาน

ในช่วงต้นทศวรรษ 1990 ยามาฮ่าจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในประเทศจีน ซึ่งมีชุดเสียงและจังหวะดนตรีเหมือนกับคีย์บอร์ดพกพาที่วางจำหน่ายในต่างประเทศ อย่างไรก็ดี หลังการเปิดตัวผลิตภัณฑ์รุ่น KB-110/KB-130 ในปี 1997 บริษัทฯ ได้เริ่มสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์สำหรับจำหน่ายในจีนโดยเฉพาะ อาทิ การเพิ่มเสียงเครื่องดนตรีพื้นเมืองจีนอย่าง เอ้อหูและซูโอนะ นอกจากนี้ จังหวะดนตรีประกอบ (Accompaniment Styles) ของคีย์บอร์ดรุ่นนี้ยังได้เพิ่มสไตล์ “China 1” และ “China 2” เข้าไป เพื่อจำลองดนตรีที่ได้รับความนิยมในประเทศจีน เป็นการยกระดับการปรับให้เข้ากับภูมิภาคเป้าหมาย แม้กระทั่งเพลงตัวอย่างก็ยังถูกปรับให้เข้ากับท้องถิ่น โดยมีการใส่เพลงจีนโบราณที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการเก็บชาและจับผีเสื้อ ด้วยคุณสมบัติที่กล่าวมา ทำให้เครื่องดนตรีรุ่นนี้เป็นตัวอย่างอันยอดเยี่ยมของการสร้างผลิตภัณฑ์เฉพาะถิ่น และซีรีส์ KB ก็ขายดีจนคำว่า “KB” กลายเป็นคำที่ใช้เรียกแทน “คีย์บอร์ด” ทั่วไปในประเทศจีนตราบจนทุกวันนี้

ในช่วงปลายทศวรรษ 1990 ยามาฮ่าได้เผยโฉมรุ่น PSR-288 ซึ่งเป็นรุ่นที่มีหน้าจอแสดงผลแบบ LCD ในเวลาต่อมา หน้าจอแสดงผลแบบ LCD ก็ถูกนำมาใช้กับคีย์บอร์ดในตระกูล KB เช่นกัน ผลิตภัณฑ์รุ่น SKB-130 ที่เปิดตัวในปี 2000 มีจุดเด่นอยู่ที่การใช้อักษรจีนบนแผงควบคุม ซึ่งทำให้กลายเป็นโมเดลที่ปรับให้เข้ากับตลาดจีนได้อย่างสมบูรณ์แบบ (เนื่องจากรุ่นก่อนหน้ายังคงใช้ตัวอักษรภาษาอังกฤษกำกับอยู่)

ในช่วงนั้น วงดนตรีหญิงล้วน "Twelve Girls Band" ได้ถือกำเนิดขึ้น และสร้างความสนใจแก่คนทั่วโลกด้วยการผสมผสานดนตรีพื้นบ้านจีนเข้ากับเพลงป๊อปตะวันตก จนเป็นแรงผลักดันให้วงดนตรีอื่นๆ หันมาใช้เครื่องดนตรีดิจิตอลผสมกับเครื่องดนตรีแบบดั้งเดิม

ในปี 2006 ยามาฮ่าได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์รุ่น PSR-C200 นับจากช่วงเวลาดังกล่าว บริษัทฯ ได้หันมาเน้นการทำตลาดคีย์บอร์ด KB ซีรีส์ โดยเฉพาะ เนื่องจากเป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมมาอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากมีชุดเสียงและสไตล์เครื่องดนตรีจีนที่มีความโดดเด่นและครบถ้วน คีย์บอร์ดรุ่นนี้จึงกลายเป็นเครื่องดนตรีคู่ใจของทุกคนในจีน ตั้งแต่ผู้สอนดนตรีไปจนถึงผู้เล่นทั่วไป

ผู้ปกครองรุ่นที่เคยซื้อคีย์บอร์ด KB ซีรีส์ให้ลูกเมื่อยุค 90 ปัจจุบันกำลังเกษียณอายุ และจำนวนมากได้หันมาเล่นเครื่องดนตรีนี้เพื่อผ่อนคลาย ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการหยั่งรากลึกของคีย์บอร์ดพกพา Yamaha ในวงการดนตรีจีน

  • ภาพคุณสมบัติ

การเผยโฉมแป้นคีย์บอร์ดที่มีไฟนำทางในประเทศญี่ปุ่น

นักดนตรีทั่วโลกต่างใช้จังหวะดนตรีประกอบในการบรรเลงด้วยคีย์บอร์ดแบบพกพา ในประเทศญี่ปุ่น เครื่องดนตรีเหล่านี้ยังคงถูกมองว่าเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับการเรียนรู้และสันทนาการ เช่น ถูกมอบเป็นของขวัญคริสต์มาสให้แก่เด็กๆ

จากปัจจัยดังกล่าว ยามาฮ่าจึงเปิดตัวผลิตภัณฑ์รุ่น PSR-J20C สู่ตลาดญี่ปุ่นในปี 2000 ซึ่งเป็นคีย์บอร์ดที่บูรณาการความเป็นของเล่นเพื่อการศึกษาเข้ากับการสอนดนตรีเบื้องต้น รุ่นนี้มาพร้อมกับระบบไฟนำทางซึ่งจะมีไฟปรากฏบนแป้นคีย์บอร์ดทีละแป้น เพื่อเป็นให้ผู้เล่นทราบว่าควรจะกดแป้นใดเป็นลำดับถัดไป ฟังก์ชันไฟนำทางมีประสิทธิภาพสูงสุดเมื่อใช้ร่วมกับฟังก์ชันบทเรียน โดยสามารถตั้งค่าให้พักดนตรีประกอบไว้จนกว่าผู้เล่นจะกดแป้นที่ถูกต้อง (แป้นที่สว่างขึ้น) ได้ครบถ้วน (ซึ่งเป็นที่รู้จักในญี่ปุ่นว่า "play-your-way") ด้วยวิธีการกดตามแป้นไฟที่สว่างขึ้นในลักษณะเดียวกับการเล่นเกม Whac-A-Mole ผู้เล่นจะสามารถสร้างสรรค์เพลงเต็มเพลง พร้อมทั้งได้ยินดนตรีประกอบที่สมบูรณ์แบบ ผู้ใช้งานยังเลือกวิธีการฝึกซ้อมที่หลากหลาย ซึ่งได้รับการปรับให้เข้ากับระดับความสามารถของแต่ละคนได้ ตัวอย่างฟังก์ชัน ได้แก่ ฟังก์ชัน Timing ซึ่งจะทำให้เพลงดำเนินต่อไปได้ หากผู้เล่นกดแป้นคีย์บอร์ด (แม้จะไม่ใช่แป้นที่ถูกต้อง) ให้ตรงตามจังหวะของทำนอง และฟังก์ชันคาราโอเกะที่ดนตรีประกอบจะเล่นต่อไปโดยไม่หยุด แม้ผู้เล่นจะเล่นเมโลดี้ผิดพลาดก็ตาม นอกจากนี้ ยังมีการเพิ่มคำแนะนำด้วยเสียง (Voice Guide) เข้ามาด้วย อันเนื่องมาจากต้นทุนของหน่วยความจำเซมิคอนดักเตอร์ที่ลดลงในช่วงเวลานั้น คำแนะนำด้วยเสียง (Voice Guide) สามารถตั้งค่าให้อ่านชื่อโน้ตที่กด (เฉพาะแป้นสีขาว) หรือบรรยายด้วยเสียงถึงฟังก์ชันของปุ่มแต่ละปุ่มเมื่อถูกกด ซึ่งนับเป็นคุณสมบัติที่โดดเด่นอย่างแท้จริงสำหรับคีย์บอร์ดแบบพกพา

ขณะนั้น เปียโนดิจิตอลกำลังเป็นที่นิยมอย่างรวดเร็วในตลาดญี่ปุ่น ซึ่งตลาดได้ขยายตัวจนมีขนาดใหญ่ เนื่องจาก เปียโนดิจิตอลที่มีราคาเข้าถึงง่ายมีไม่มากนัก ผู้ปกครองซึ่งไม่มั่นใจว่าเด็กจะเล่นดนตรีได้นานเพียงใด จึงมีแนวโน้มที่จะซื้อคีย์บอร์ดแบบพกพาราคาถูกแทน กลุ่มผู้ใช้งานที่ใช้คีย์บอร์ดแบบพกพาเพื่อทดแทนเปียโนเป็นแรงบันดาลใจให้ยามาฮ่าปรับการออกแบบผลิตภัณฑ์เพื่อตอบโจทย์ตลาด โดยเพิ่มปุ่ม “Grand Piano” ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถตั้งค่าเครื่องให้เหมาะสมที่สุดสำหรับการฝึกซ้อมเปียโนได้ทันที (อาทิ การปิดฟังก์ชัน Auto Bass Chord)

ในปัจจุบัน คีย์บอร์ด EZ ซีรีส์ได้ถูกวางตำแหน่งให้เป็นผลิตภัณฑ์หลักของคีย์บอร์ดพกพาที่มีแป้นไฟนำทาง (Light Guide) สำหรับผู้ที่ต้องการเรียนรู้และเล่นเพื่อความเพลิดเพลิน ขณะที่ PSR ซีรีส์ถูกวางตำแหน่งเป็นตัวเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการประสบการณ์คีย์บอร์ดที่เน้นการใช้งานจริงจัง

  • PSR-J20C (ปี 1999) เป็นคีย์บอร์ดแบบพกพารุ่นแรกที่มาพร้อมกับแป้นคีย์แบบมีไฟส่องสว่าง

PSR-J20C (ปี 1999) เป็นคีย์บอร์ดแบบพกพารุ่นแรกที่มาพร้อมกับแป้นคีย์แบบมีไฟส่องสว่าง

ตลาดอินเดียมีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว

ตลาดอินเดียมีการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วตั้งแต่ปี 2000 เช่นเดียวกับตลาดจีน ทำให้ยามาฮ่าทุ่มเทในการนำคีย์บอร์ดแบบพกพาเข้าสู่ตลาดนี้ อินเดียมีเครื่องดนตรีที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ เช่น ซีตาร์ ทับลา และวีณา ฯลฯ กุญแจสู่ความสำเร็จคือการจำลองเสียงเหล่านี้ให้สมจริง ในปี 2007 ยามาฮ่าได้เปิดตัว PSR-I425 ซึ่งออกแบบมาเพื่อตลาดอินเดียโดยเฉพาะ โดยอัดแน่นไปด้วยเสียงเครื่องดนตรีพื้นบ้านและสไตล์จังหวะของอินเดีย 12 แบบ รวมทั้งคอนเทนต์อื่นๆ เพื่อเลียนแบบดนตรีอินเดีย

  • PSR-I425

PSR-I425

ในปี 2008 ยามาฮ่าก่อตั้งบริษัท Yamaha Music India เพื่อเร่งยอดขายคีย์บอร์ดแบบพกพาในตลาดอินเดีย สี่ปีถัดมา ยามาฮ่าได้เปิดตัว PSR-I455 ซึ่งมีการพัฒนาครั้งใหญ่ของผลิตภัณฑ์รุ่นที่จำหน่ายในอินเดีย

เครื่องดนตรีพื้นบ้านของอินเดียถูกนำมาใช้ในบทบาทที่แตกต่างชัดเจน เมื่อเทียบกับเครื่องดนตรีที่สร้างขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์หลักในการบรรเลงทำนอง ตัวอย่างเครื่องดนตรีพื้นบ้านที่สำคัญคือ ทันปุระ (Tanpura) ซึ่งประกอบด้วยสายเปิดจำนวนตั้งแต่สี่สายขึ้นไป ใช้วิธีดีดต่อเนื่องเพื่อก่อให้เกิดเสียงพื้นหลังที่ส่งเสริมบรรยากาศทางดนตรี เสียงนี้ถูกเรียกว่า "โดรน" (Drone) ซึ่งพ้องกับชื่อผึ้งตัวผู้ เนื่องจากมีลักษณะคล้ายเสียงหึ่งๆ ของปีกผึ้ง การผสานกันของเสียงกลองทับลาที่ไม่หยุดนิ่งและเสียงจากทันปุระเป็นรากฐานที่ก่อให้เกิดเอกลักษณ์เฉพาะตัวของดนตรีอินเดีย PSR-I455 ติดตั้งมาพร้อมฟังก์ชัน Tabla/Tanpura ที่สามารถเปิดเสียงโดรนและจังหวะวนซ้ำ เพื่อใช้ฝึกซ้อมควบคู่กับการเล่นคีย์บอร์ดได้โดยอิสระ

และมีเพลงที่ตั้งค่าไว้ล่วงหน้า 10 เพลงสำหรับการฝึกรากา (raga) อันเป็นกรอบทำนองที่เป็นเอกลักษณ์ของดนตรีอินเดีย เพลงเหล่านี้ช่วยให้ผู้ใช้ฝึกฝนสเกลรากา (Raga) ซึ่งเป็นกรอบทำนองเฉพาะของอินเดีย ประกอบด้วย Bilawal, Khamaj, Bhairavi, Kalyan, Asavari, Kalyani, Hamsadhvani, Mohanam, Hindolam และ Sankarabharanam

  • ภาพคุณสมบัติ

ในปี 2019 ยามาฮ่าได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์รุ่น PSR-I500/I400 คีย์บอร์ดรุ่นเหล่านี้ผลิตขึ้นที่โรงงานของบริษัทในเมืองเชนไน ซึ่งเริ่มดำเนินการผลิตในปีนั้นเอง และได้รับความนิยมในฐานะคีย์บอร์ดแบบพกพาที่ "ผลิตในอินเดีย" อย่างแท้จริง PSR-I500 และ PSR-I400 มาพร้อมกับฟังก์ชันใหม่ที่ชื่อว่า Riyaz ฟังก์ชัน Riyaz (ซึ่งมีความหมายว่า “การฝึกซ้อม”) จะให้เสียงประกอบด้วยทับลา มฤทังคัม หรือทันปุระ เพื่อช่วยให้ผู้ใช้สามารถฝึกฝนได้อย่างสนุกสนาน ฟีเจอร์สำคัญถัดไปคือ “India” Master EQ ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อเพิ่มเอกลักษณ์ของเครื่องดนตรีและดนตรีอินเดียให้เด่นชัด

  • ภาพคุณสมบัติ
  • ภาพคุณสมบัติ

ในปี 2023 ยามาฮ่าได้เปิดตัว PSR-I300 ซึ่งเป็นรุ่นระดับเริ่มต้นที่มุ่งเน้นกาเปิดโอกาสการเข้าถึงดนตรีอินเดียให้แก่ผู้คนในวงกว้างขึ้น ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา อิทธิพลของดนตรีอินเดียได้แพร่หลายไปทั่วโลก ตัวอย่างเช่น แนวเพลง EDM และแนวดนตรีร่วมสมัยอื่นๆ ต่างนำเครื่องดนตรีอินเดียไป ผสมผสานในบทเพลง ความนิยมในภาพยนตร์และความบันเทิงจากอินเดียทั่วโลกได้กระตุ้นให้ตลาดบันเทิงในประเทศขยายตัวอย่างมหาศาล ส่งผลให้มีจำนวนนักแสดงและโอกาสในการแสดงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งพิสูจน์ได้จากจำนวนการจัดงานอีเวนท์ดนตรีในประเทศที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ในบริบทการเติบโตนี้ คีย์บอร์ดแบบพกพารุ่นที่จำหน่ายในอินเดียของยามาฮ่า กำลังมีบทบาทสำคัญยิ่งในการตอบโจทย์ความต้องการดนตรีและความบันเทิง โดยมอบอิสระให้ผู้คนได้บรรเลงดนตรีอินเดียได้ทุกที่ทั่วโลก

  • PSR-I300

การเข้าถึงของคีย์บอร์ดแบบพกพา Yamaha ในระดับสากล

ยามาฮ่าได้เริ่มเปิดตัวผลิตภัณฑ์คีย์บอร์ดแบบพกพารุ่นพิเศษที่ ออกแบบตามความต้องการของท้องถิ่นในภูมิภาคต่างๆ นอกเหนือจากญี่ปุ่น ตะวันออกกลาง จีน และอินเดีย

ในปี 1998 ยามาฮ่าได้เปิดตัวคีย์บอร์ดสองรุ่นสู่ตลาดบราซิล ได้แก่ PSR-B50 (บนพื้นฐานของ PSR-530) และ PSR-B20 (บนพื้นฐานของ PSR-195) เช่นเดียวกับการวางจำหน่ายรุ่น PSR-288 ในจีน ข้อความบนแผงควบคุมของคีย์บอร์ดเหล่านี้ได้ถูกเปลี่ยนจากภาษาอังกฤษเป็นภาษาท้องถิ่นอย่างเป็นทางการ (ในกรณีนี้เป็นภาษาโปรตุเกส) เพื่อรองรับผู้ใช้ในพื้นที่ (ยกเว้นคำศัพท์เฉพาะทางดนตรีบางคำที่ยังคงเป็นภาษาอังกฤษ) คีย์บอร์ดรุ่นเหล่านี้มาพร้อมชุดสไตล์แบบบราซิลที่ได้รับการปรับปรุงพัฒนา ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ไม่มีในคีย์บอร์ดตระกูล PSR โดยมีสไตล์ริธึมหลักเช่น Samba และ Bossa Nova รวมถึงจังหวะเฉพาะถิ่นอย่าง Samba-Canção, Pagode, Boi-Bumbá และ Xote

  • PSR-B50

PSR-B50

ในปีเดียวกัน (1998) ยามาฮ่าได้ขยายตลาดสู่ประเทศกรีก ด้วยการเปิดตัวรุ่น PSR-GR200 (ซึ่งพัฒนาบนพื้นฐานของรุ่น PSR-195 เช่นเดียวกัน) คีย์บอร์ดรุ่นนี้มาพร้อมสไตล์เพลงเต้นรำแบบกรีก (เช่น Tsifteteli, Balos, Hasapiko) และเสียงเครื่องดนตรีที่มีเอกลักษณ์ของกรีก เช่น Bouzouki และ Baglamas

ในปี 2006 บริษัทได้ทำการเปิดตัว PSR-R200 สำหรับตลาดในประเทศรัสเซีย ข้อความบนแผงควบคุมของรุ่นนี้ถูกปรับเป็นภาษารัสเซียทั้งหมด และเนื่องจากมุ่งเป้าไปที่ตลาดการศึกษาดนตรี เครื่องดนตรีจึงมาพร้อม Yamaha Education Suite (Y.E.S.) เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ ในปีถัดมา ยามาฮ่าได้เปิดตัว PSR-R300 (มีพื้นฐานการพัฒนามาจาก PSR-E313) ซึ่งเป็นรุ่นระดับสูงกว่าที่เพิ่มฟังก์ชันบันทึกเสียงแบบสองแทร็ก เพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้ที่มีทักษะสูงขึ้น ในปี 2007 ยามาฮ่าได้เปิดตัว PSR-VN300 (มีพื้นฐานการพัฒนามาจาก PSR-E313 เช่นกัน) สู่ตลาดเวียดนาม แม้ว่าแผงควบคุมส่วนใหญ่จะเป็นภาษาอังกฤษ แต่ยามาฮ่าได้ใช้กลยุทธ์ดึงดูดผู้ใช้ด้วยการแปลหมวดหมู่เพลงเป็นภาษาเวียดนาม และ บรรจุเพลงเวียดนามไว้ในเครื่อง

คีย์บอร์ดซีรีส์ PSR ในทุกภูมิภาคในช่วงเวลานี้มีโปรแกรม Musicsoft Downloader ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้คอมพิวเตอร์ระบบ Windows สามารถดาวน์โหลดและติดตั้งข้อมูลเพลงลงในคีย์บอร์ดได้ การที่ทั่วโลกเข้าสู่ระบบออนไลน์พร้อมกัน ทำให้ยามาฮ่าสามารถนำเสนอ เนื้อหาเฉพาะท้องถิ่นที่ไม่ซ้ำใครผ่านช่องทางนี้ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่เพิ่มมูลค่าให้กับคีย์บอร์ดแบบพกพาของยามาฮ่า Musicsoft Downloader เป็นกลไกสำคัญในการยืดอายุผลิตภัณฑ์ ด้วยการส่งมอบเพลงฮิตและเนื้อหาใหม่ๆ ได้อย่างต่อเนื่องในแต่ละปี ผลิตภัณฑ์รุ่น PSR-A350 สำหรับตะวันออกกลาง ซึ่งเปิดตัวในปี 2016 ยังคงจำหน่ายได้ดีเกือบหนึ่งทศวรรษหลังการเปิดตัว และมีบทบาทสำคัญในการศึกษาดนตรีในภูมิภาค

  • PSR-A350

คีย์บอร์ดแบบพกพา: ผู้สร้างสรรค์วัฒนธรรม

คีย์บอร์ดแบบพกพา Yamaha จากญี่ปุ่นได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย และถูกนำไปใช้เล่นโดยนักดนตรีและผู้คนในหลากหลายชุมชนทั่วทุกมุมโลก ในช่วงแรก (ปลายทศวรรษ 1980-1990) คีย์บอร์ดรุ่นที่ปรับแต่งตามวัฒนธรรมดนตรีท้องถิ่นถูกวางตำแหน่งให้เป็นเครื่องดนตรีสำหรับผู้เริ่มต้นและการศึกษา เมื่อผู้คนที่เติบโตมากับการเล่นคีย์บอร์ดเหล่านี้ก้าวขึ้นเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมบันเทิง ความต้องการคีย์บอร์ดแบบพกพาที่มีคุณภาพเสียงสูงและฟังก์ชันหลากหลายในกลุ่มมืออาชีพจึงเพิ่มขึ้น

การเปิดตัว PSR-A1000 ในปี 2002 ซึ่งเป็นรุ่นที่ปรับปรุงพัฒนาจาก PSR-1000 สำหรับตะวันออกกลาง ถือเป็นการตอบสนองความต้องการของผู้เชี่ยวชาญด้วยการติดตั้งฟังก์ชันปรับจูนสเกลและฟีเจอร์ต่างๆ ที่ครบครันสำหรับการแสดงในไนต์คลับและสถานที่อื่นๆ เช่น ฟลอปปีไดรฟ์ 3.5 นิ้ว การรองรับ SFF และจอแสดงผลเนื้อเพลงขนาดใหญ่ ฯลฯ ในปี 2011 ยามาฮ่าได้สานต่อไลน์ผลิตภัณฑ์มืออาชีพสำหรับตะวันออกกลาง โดยเปิดตัว PSR-A2000 ซึ่งมาพร้อมกับจอยสติ๊กควบคุม ที่รวมฟังก์ชัน Modulation และ Pitch Bend เข้าด้วยกันเพื่อให้การควบคุมทำได้ดียิ่งขึ้น คีย์บอร์ดรุ่นนี้มีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับการแสดงบนเวที โดยมาพร้อมปุ่ม Scale Setting สำหรับปรับสเกลไว้เหนือจอยสติ๊กพอดี เพื่อให้ผู้เล่นปรับแต่งสเกลได้อย่างรวดเร็ว ผลิตภัณฑ์รุ่น PSR-A3000 ที่เปิดตัวในปี 2015 ได้รวมเอาฟีเจอร์ระดับมืออาชีพที่เหนือกว่าไว้มากมาย ไม่ว่าจะเป็น หน้าจอสี และฟังก์ชัน Yamaha Expansion Manager (YEM) ฯลฯ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้สามารถสร้างสรรค์เสียงเครื่องดนตรีต้นฉบับจากไฟล์เสียงใดๆ ก็ได้

  • PSR-A1000

PSR-A1000

PSR-A5000 ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์รุ่นปัจจุบัน (เปิดตัวในปี 2021) มีการปรับปรุง คุณภาพเสียงครั้งใหญ่ รวมถึงการแสดงออกทางดนตรีที่ดียิ่งขึ้น ผ่านการสุ่มตัวอย่างเสียง (resampled) เครื่องดนตรีพื้นเมืองตะวันออกกลางขึ้นใหม่ และการบรรจุเสียงของ Istanbul Strings วงออร์เคสตราเครื่องสายชื่อดังของตุรกีไว้ ด้วยการผสานฟีเจอร์อย่าง Crossfade Portamento (สำหรับการเปลี่ยนระดับเสียงที่ราบรื่น) และ Chord Looper (สำหรับการบันทึกคอร์ดและเล่นแบบวนลูป) คีย์บอร์ดแบบพกพารุ่นนี้จึงตอบโจทย์การแสดงออกทางดนตรีระดับมืออาชีพได้อย่างสมบูรณ์

  • ภาพคุณสมบัติ

การเปิดตัวคีย์บอร์ดรุ่นเฉพาะถิ่นของยามาฮ่าในระยะแรก มีวัตถุประสงค์หลักสองประการ คือ จัดหาเครื่องมือเพื่อถ่ายทอดลักษณะเฉพาะของดนตรีท้องถิ่น และ ปรับเปลี่ยนภาษาให้เข้ากับท้องถิ่น อย่างไรก็ดี เมื่อคีย์บอร์ดแบบพกพาสร้างฐานที่มั่นคงในระบบการศึกษาและวัฒนธรรมดนตรีของประเทศเหล่านี้ได้สำเร็จ ผลที่ตามมา คือ ก่อให้เกิดอาชีพใหม่ขึ้นมา นั่นคือ นักเล่นคีย์บอร์ดแบบพกพา (เครื่องดนตรีดิจิตอล) ระดับมืออาชีพ ยิ่งไปกว่านั้น ในแง่ของการเปิดโอกาสให้ผู้คนเล่นเสียงเครื่องดนตรีพื้นเมืองผ่านหูฟัง รวมถึงเพลิดเพลินกับการบรรเลงเสียงเครื่องดนตรีที่มีขนาดใหญ่ ส่งเสียงดัง หรือหายาก (เช่น กลองและแกรนด์เปียโน ฯลฯ) ได้อย่างสะดวก ถือว่าคีย์บอร์ดแบบพกพาเป็นแรงผลักดันสำคัญในการขยายฐานผู้เล่นดนตรีทั่วโลก ปัจจุบัน จำนวนผู้เล่นเครื่องดนตรีพื้นเมืองลดลงอย่างต่อเนื่อง และการแสดงดั้งเดิมก็กำลังเลือนหายไป แม้ว่าเสียงของเครื่องดนตรีเหล่านั้นจะถูกแปลงเป็นเสียงเครื่องดนตรีดิจิตอลเพื่อการอนุรักษ์แล้วก็ตาม ในการสร้างสรรค์ดนตรีรูปแบบใหม่ภายใต้เงื่อนไขการอนุรักษ์เทคนิคและดนตรีพื้นเมืองของแต่ละภูมิภาคนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องอาศัยความเข้าใจในวัฒนธรรมดนตรีท้องถิ่นอย่างลึกซึ้ง ยามาฮ่าในฐานะผู้ผลิตจากญี่ปุ่นจะต้องดำเนินการเชิงรุกอย่างต่อเนื่องเพื่อเพิ่มพูนความเข้าใจในวัฒนธรรมดนตรีต่างๆ โดยมุ่งเน้นการผลิตสินค้าภายใต้ความร่วมมือกับชุมชนท้องถิ่น และการริเริ่มโครงการใหม่ ๆ

  • ภาพคุณสมบัติ
to page top

Select Your Location